วียนเฟยว่า “ขอบคุณ!”
เสวียนเฟยชี้ไปที่นกตัวใหญ่ “ของข้า”
“ได้ๆๆ คืนให้ท่าน” หมิงเวยเตือนเขาอีกครั้ง “ยันต์นี้ใช้ได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ท่านอย่าได้หลงระเริงล่ะ ตกลงมาจากฟ้ามันไม่สนุกเลย”
“คิดว่าข้าโง่งั้นหรือ” เสวียนเฟยพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เขากอดนกตัวใหญ่แล้วเดินจากไป หยางชูหันศีรษะและมองไปรอบ ๆ และพบว่าที่นี่คือหอดูดาวของเสวียนตูกวัน
“เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่กับเขาที่นี่ได้” หยางชูถาม
หมิงเวยยิ้ม “วันนี้ข้าสามารถไปรับท่านมาได้อย่างราบรื่นต้องขอบคุณเขา”
คุกหลวงมีอะไรให้น่าปล้นกัน แอบออกมาโดยไม่มีผู้ใดรู้เช่นนี้ เสวียนเฟยต้องใช้ความพยายามอย่างมาก คุกหลวงนอกจากมีการป้องกันที่แน่นหนาแล้ว ยังมีข่ายพลังที่เสวียนตูกวันลงไว้ เขาค่อยๆ เปิดช่องโหว่จากนั้นก็ให้หมิงเวยอาศัยโอกาสนี้พาเขาออกมา พูดตามตรงเรียกได้ว่าขโมยสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเองนั่นเอง
“อ้อ” หยางชูพยักหน้า
หมิงเวยดึงเขาให้มานั่งที่ขอบหอดูดาว ความสูงหลายสิบจั้งก็เพียงพอแล้วที่จะนำแสงสว่างของชานเมืองเข้ามาสู่สายตา
“อารมณ์ดีขึ้นหรือไม่”
ได้ยินนางถามเช่นนั้นหยางชูก็อดไม่ได้ที่จะโกรธ “ข้าดูอารมณ์ไม่ดีตรงไหนกัน”
“ไม่งั้นหรือ”
“ไม่”
“ไม่ก็ดี”
หลังเงียบไปสักพักหยางชูก็อารมณ์ไม่ดีอีกครั้ง “แค่นี้หรือ”
หมิงเวยไหวไหล่ “ท่านอยากให้ข้าง้อหรือ”
หยางชูหน้าร้อนเขาหันไปทางอื่น “ผู้ใดอยากให้ท่านง้อกัน!”
“หากท่านไม่พูดข้าก็ไม่ง้อหรอกนะ!”