อเจ้าคะ”
“สิ่งที่เรียกว่าวิธีปกติก็คือวิธีของราชสำนัก พวกเราต้องหาใครสักคนที่คุ้นเคยกับราชสำนักและเข้าใจในกฎเกณฑ์เป็นอย่างดีน้องช่วยพี่คิดหน่อย”
หมิงเวยคิด “น้องไปพบได้แค่ใต้เท้าเจี่ยงเท่านั้นเจ้าค่ะ”
จี้หลิงถอนหายใจ “ตำแหน่งราชการของใต้เท้าเจี่ยงไม่ได้ต่ำ แต่หากต้องการเปลี่ยนพระทัยฝ่าบาทจำเป็นต้องมีตำแหน่งที่สูงกว่านี้”
หมิงเวยพูด “ตามที่พี่ใหญ่บอกมาคงมีผู้อาวุโสไม่กี่คนที่สามารถทำได้เจ้าค่ะ”
จี้หลิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “เป็นเช่นนั้นจริงๆ”
เขาไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้ดีว่ามีเพียงขุนนางระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถเปลี่ยนความคิดของฮ่องเต้ได้
บุคคลที่มีตำแหน่งสูงที่หมิงเวยรู้จักมีเพียงเจี่ยงเหวินเฟิง แม้จี้หลิงจะมีเส้นสายที่ดี แต่คนส่วนใหญ่ที่เขารู้จักเป็นบุคคลในแวดวงวิชาการไม่ได้อยู่ในราชสำนัก
“หรือต้องให้ใต้เท้าเจี่ยงช่วยคิดหาวิธีดีเจ้าคะ” หมิงเวยพูด
แต่ไม่ต้องรอนางไปหาเจี่ยงเหวินเฟิงก็กลับมาจากสถานศึกษาซานไถแล้ว
แต่เขาไม่ได้กลับมาเพียงลำพังยังพาอาจารย์ที่ไม่คิดยุ่งกับเรื่องในราชสำนักนามฟู่จินมาด้วย
ฟู่จินเข้ามาในเมืองหลวงเขาปฏิเสธคำเชิญของเจี่ยงเหวินเฟิง “ข้ามีที่พักในเมืองหลวงแล้ว”
เจี่ยงเหวินเฟิงแปลกใจ “อาจารย์มีเรือนในเมืองหลวงด้วยหรือขอรับ”
ฟู่จินโบกมือไม่ตอบคำถามเขาจากนั้นก็เดินฝ่าฝนในฤดูใบไม้ร่วงไป
ครึ่งชั่วยามต่อมาผู้ดูแลต้อนรับจวนหลู่เซียงได้เห็นนักกวีท่านหนึ่งเดิน