อขึ้นแล้วพูดเสียงดัง “เพราะฉะนั้นข้าถึงตัดสินใจเลือกบุกเป็นทางแรก หากคนร้ายคิดร้ายต่อเสด็จพ่อข้าจะขัดขวางอย่างสุดกำลัง!”
“นี่…” กัวสู่อยากบอกว่าหากคนร้ายจะทำร้ายฝ่าบาทจริงๆ จะขัดขวางอย่างไร เรื่องนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตาจะผ่านก็ผ่านไปไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ตกอยู่ในอันตราย ไท่จื่อต้องปกป้องตนเองด้วยหากเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
แต่ไม่ต้องรอให้เขาพูดออกไปหลางอวี่ก็พูดขึ้นว่า “ที่ไท่จื่อตรัสมาก็ถูก! กระหม่อมยินดีที่จะเป็นแนวหน้าบุกเข้าไป ปกป้องไท่จื่อมีทหารกล้าคนใดยินดีที่จะไปกับข้าบ้าง”
เขาตะโกนออกไปเช่นนั้นคนที่ต้องการเป็นที่โดดเด่นจริงๆ ก็มีคนสองสามคนตอบรับไม่นานก็เกิดกลุ่มเล็กที่มีคนจำนวนเจ็ดแปดคน
กัวสู่พยายามเกลี้ยกล่อม “ไท่จื่อ พระองค์ตัดสินใจบุกเข้าไปเช่นนี้ พวกเรามาคุยเรื่องนี้กันอีกทีดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากประมาทเกินไป…”
เจียงเชิ่งพูดตัดบท “กัวเซียงไม่ต้องพูดแล้ว ข้าเต็มใจเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตราย ขอเพียงช่วยเสด็จพ่อได้ก็พอ!”
หลางอวี่พูดจาเสียดสี “กัวเซียงห้ามไท่จื่อ ท่านไม่ต้องการให้ไท่จื่อเข้าไปช่วยฝ่าบาทงั้นหรือ”
กัวสู่โกรธจนควันออกหู “ท่านพูดจาไร้สาระอะไร”
“ในเมื่อกัวเซียงไม่ได้คิดเช่นนั้นก็จงยืนดูเถิด!”
กัวสู่ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเขาได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงดูเจียงเชิ่งหาเรื่องโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่จะมาถึงตัว มองดูพวกเขาสวมชุดเกราะทีละคน แล้วหลางอวี่