“ไท่จื่อ โปรดตัดสินพระทัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
ทั้งสองทะเลาะกันเป็นเวลานาน และไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเลยท้ายที่สุดจึงต้องให้ไท่จื่อเป็นฝ่ายตัดสินใจ เจียงเชิ่งเองก็ไม่สามารถตัดสินใจได้เช่นกัน
เงียบขนาดนี้แน่นอนว่าต้องมีปัญหาเกิดขึ้นแน่ แต่จะเข้าหรือไม่เข้าล้วนมีความเสี่ยง
“พี่ใหญ่” เสียงอ่อนแอของอันอ๋องดังขึ้น “พวกเขาทะเลาะกันรุนแรงถึงเพียงนี้แต่ไม่มีเสียงอะไรเลยเป็นไปได้หรือไม่ว่าด้านในไม่มีคน” คำพูดนี้ดึงสติไท่จื่อ
ใช่ หากด้านในว่างเปล่าพวกเขาไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์หรอกหรือ
เจียงเชิ่งตอบ “ดูสถานการณ์ไปก่อน แม่ทัพหลางท่านส่งคนเข้าไปด้านใน แค่คนเดียวพอจะได้ไม่เป็นการยั่วโทสะอีกฝ่าย”
ประโยคหลังเขาอธิบายแก่กัวสู่
กัวสู่ขมวดคิ้ว แต่เขาไม่ได้คัดค้านนี่เป็นปัญหาจริงๆ
หลางอวี่ตอบรับ “กระหม่อมเข้าไปเองพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเชิ่งพยักหน้า และมองดูหลางอวี่เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เขาเอื้อมมือออกไปเพื่อยกม่านขึ้น
ในตอนนั้นเองมีของสิ่งหนึ่งถูกโยนออกมายังนอกกระโจม ‘เคร้ง’ และตกลงบนพื้น หลางอวี่ชักมือออกเขารู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามันเป็นกระบี่
“ไท่จื่อ!” นี่เป็นกระบี่ติดตัวของทหารรักษาพระองค์ สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
มีคนอยู่ด้านใน! หรือว่าฮ่องเต้ถูกจับ
“ผู้ใดอยู่ข้างในออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เจียงเชิ่งตะโกนขึ้น ผ่านไปสักพักด้านในยังคงเงียบไม่มีเสียงใดๆ
เจียงเชิ่งส่งสัญญาณให้หลางอวี่อีกครั้ง มีของอีกชิ้นถูกโยนออ