นอกรีตเกินไปคงไม่ดี”
หมิงเวยยิ้มแล้วพยักหน้า “ที่พี่ใหญ่พูดมาก็มีเหตุผล นี่เป็นเส้นทางของชาวยุทธภพ พี่ใหญ่ควรเดินไปในเส้นทางที่ราบเรียบกว้างใหญ่มากกว่า” จี้หลิงหัวเราะ
สองพี่น้องพูดคุยกันอย่างมีความสุขปล่อยให้เจียงเฉิงและองครักษ์ที่ถูกทำให้แข็งค้างไม่พอใจ
องครักษ์ตะโกนเสียงดัง “พวกเจ้าเป็นผู้ใดกัน รีบปล่อยองค์ชายเดี๋ยวนี้นะ!”
จี้หลิงตอบ “เจ้าโง่หรือเปล่า มีคนร้ายที่ไหนปล่อยคนตามคำพูดของเจ้ากัน เจ้าในตอนนี้ควรพยายามปลอบใจ และพูดคุยเพื่อตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายดีกว่านะ ยิ่งเจ้าขู่เจ้านายของเจ้ายิ่งเป็นอันตราย เข้าใจหรือไม่ ซิ่นอ๋อง คนสนิทของท่านนี่ไม่มีความสามารถเอาเสียเลย!”
องครักษ์ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจเขารู้สึกถึงอันตราย “องค์ชาย!”
เจียงเฉิงพยายามทำจิตใจให้สงบเขารู้สึกประทับใจในคำพูดของจี้หลิง เขาเองก็ไม่พอใจองครักษ์คนสนิทเช่นกัน แต่เขาก็รู้ด้วยว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาออกโทสะใดๆ ดังนั้นเขาจึงพยายามสงบอารมณ์และพูดว่า “ท่านทั้งหลาย พวกท่านต้องการสิ่งใด เปิ่นหวางสามารถตอบสนองความต้องการของพวกท่านได้ แต่ช่วยปล่อยเปิ่นหวางก่อนได้หรือไม่”
หมิงเวยหรี่ตา “จริงหรือ”
“แน่นอน! พวกเจ้าต้องการสิ่งใดเปิ่นหวางหามาให้ได้!”
เจียงเฉิงตอบด้วยความดีใจพลางรู้สึกสงสัย เสียงนี้เขารู้สึกคุ้นเคยนิดหน่อย อีกอย่างคำที่พวกเขาเรียกกันก็แปลกอีก พี่ใหญ่ น้องหญิง คุณหนู ฟังดูเหมือนเป็นพี่น้องกันแล้วยังมีสาวใช้อีกหน