หยางชูยิ้ม “พูดถึงเต็มใจเดิมพันความพ่ายแพ้ นานแล้วที่องค์ชายไม่ได้เดิมพันกับกระหม่อม”
อันอ๋องคิดในใจคิดว่าเปิ่นหวางโง่หรือดูก็รู้ว่าหากเดิมพันกับเจ้าไปก็แพ้อยู่ดี!
คิดเช่นนั้นเขาก็ยิ้มเยาะ “ตอนนี้เจ้ายุ่งมาก มีหน้าที่สำคัญในหวงเฉิงซือ เปิ่นหวางจะกล้ารบกวนเจ้าได้อย่างไร”
หยางชูทำเหมือนไม่ได้ยินคำเยาะเย้ยของอีกฝ่ายเขาพูดว่า “เชื้อเชิญอย่างเป็นทางการไม่เท่าพบปะกันโดยบังเอิญ วันนี้พวกเรามีวาสนากันเช่นนี้ ช่างน่าเดิมพันกันจริงๆ ทำไมพระองค์ไม่เดิมพันกับกระหม่อมที่นี่เลยเล่า”
อันอ๋องลังเลตั้งแต่วัยเด็กเขาแพ้การเดิมพันกับหยางชูอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเขาชนะ หยางชูก็จะบอกฮ่องเต้แล้วเขาก็ถูกลงโทษ
“ไม่ดีเท่าไรนะ เสด็จพ่อทรงย้ำว่าไม่ให้พวกเราก่อเรื่อง เปิ่นหวางไม่อยากให้ท่านพิโรธ”
“ข้าไม่พูด ท่านไม่พูด แล้วฝ่าบาทจะพิโรธได้อย่างไรเล่า” พูดจบเขาก็หันไปหาอาสวน “เจ้าไม่พูดใช่หรือไม่”
อาสวนตอบทันที “คุณชายไม่ให้พูด ข้าน้อยจะไม่พูดออกไปแม้แต่คำเดียวขอรับ”
หยางชูพยักหน้าอย่างพอใจแล้วหันไปทางองครักษ์ของอันอ๋อง “แล้วพวกเจ้าล่ะ”
เมื่อถูกเขาจ้องมองด้วยท่าทางเย้ยหยัน องครักษ์ของอันอ๋องก็พูดทันทีว่า “ท่านอ๋องว่าอย่างไร พวกกระหม่อมว่าตามนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
หยางชูได้คำตอบที่ต้องการแล้วก็เหลือบไปอีกด้านหนึ่ง บ่าวรับใช้ของตระกูลเว่ย และตระกูลฟางมีหรือจะกล้าทำให้เขาขุ่นเคือง แม้แต่จะเรียกก็ยังไม่กล้าเลย
หยางชูพูดว่า “