ี่ยงเหวินเฟิงที่อยู่ในตำแหน่งจิงจ้าวอิ๋นการหาเวลาว่างไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลังได้รับแจ้ง ฟู่จิน อาจารย์ของสถานศึกษาซานไถถามบ่าวรับใช้ด้วยความประหลาดใจ “เหวินเฟิง เจี่ยงเหวินเฟิงงั้นหรือ”
บ่าวรับใช้ที่รับใช้ฟู่จินมาหลายปีแล้วและรู้จักเจี่ยงเหวินเฟิงด้วย เขายิ้มและพูดว่า “เป็นเขาขอรับ เขาโตขึ้นมากแต่รูปลักษณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก”
ฟู่จินวางพู่กันลง “เชิญเขามาที่ห้องหนังสือ”
ไม่นานเจี่ยงเหวินเฟิงก็เดินเข้ามาในห้องหนังสือ เขาสวมชุดสีคราม ใบหน้าดูงามสง่า นอกจากรอยย่นตรงหว่างคิ้วแล้วเขายังเหมือนเด็กหนุ่มวัยเรียนดั่งเช่นเมื่อก่อน
“คารวะอาจารย์” เจี่ยงเหวินเฟิงคำนับเมื่อพบฟู่จิน
ฟู่จินประคองเขาใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ไม่เจอกันหลายปี เจ้ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง!”
เจี่ยงเหวินเฟิงหัวเราะ “หลายปีมานี้ศิษย์เดินทางอยู่ตลอด กลับมาเมืองหลวงไม่มีโอกาสไหว้อาจารย์ศิษย์เสียมารยาทแล้ว”
ฟู่จินพูด “เจ้าออกจากเมืองหลวงเดินทางไปมาอยู่ตลอดกว่าจะได้กลับมา อีกทั้งยังได้รับหน้าที่อันหนักหน่วงไม่มีวันได้พักผ่อนจะตำหนิเจ้าได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังส่งจดหมายตามเทศกาลอยู่ตลอดแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”
ศิษย์อาจารย์ทั้งสองพูดคุยเรื่องอื่นกันฟู่จินยิ้มแล้วถามว่า “จิงจ้าวอิ๋นเป็นตำแหน่งระดับสูงตอนนี้เจ้าเป็นคนงานยุ่งมากหาเวลามาพบข้ามีเรื่องอะไรหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์ล้อเล่นแล้