ิบขึ้นมาสังเกตดู เขาก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา และประทับตราลงไป จากนั้นก็เก็บตราประทับนั้นอย่างรวดเร็วและนำเก็บเข้าที่เดิม
ในขณะที่กำลังจะปิดกล่องและนำกลับไปในช่องลับ ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นข้อความบนผ้าเช็ดหน้าและหยุดชะงักกะทันหัน
ชิงหยุนเค่อผู้ยิ่งใหญ่!
ชิงหยุนเค่อ…
ผู้ยิ่งใหญ่!
เขาที่เชี่ยวชาญในเรื่องราวในอดีตจดจำเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาได้ทันที
เมื่อก่อนซือฮว๋ายไท่จื่อเคยร่วมร้องบทกวีกับนักกวี และนามที่เขาใช้ก็คือชิงหยุนเค่อ
ซือฮว๋ายไท่จื่อ…
เจี่ยงเหวินเฟิงกดหน้าอกมือของเขาที่จับผ้าเช็ดหน้านั้นสั่น
ในตอนนั้นก็มีเสียงเรียบดังมาจากประตู “เหวินเฟิง เจ้ามาที่นี่เพื่อสิ่งนี้หรือ”
……………
เด็กสาวทั้งสี่พูดคุยหัวเราะกันสนุกสนานพวกนางพาบ่าวรับใช้และสุนัขล่าเนื้อของตนออกเดินทาง และพวกนางโชคดีเนื่องจากได้พบกับเหยื่อในเวลาไม่นาน
“มองข้านี่!” เว่ยเสี่ยวอันชิงลงมือก่อนจากนั้นก็มีเสียง ‘ฉึก’ ดังขึ้น นางยิงไก่ป่าได้หนึ่งตัว
ฟางจิ่นผิงไม่ยอมแพ้ “ข้าด้วย!”
เว้นว่างมาสิบปีจำนวนเหยื่อจึงมีจำนวนมาก ในตอนแรกพวกนางไม่ปล่อยให้รอดไปสักตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็นไก่ป่าหรือกระต่ายล้วนตายด้วยลูกธนูจนหมด
ผ่านไปสักพัก เหล่าเด็กสาวเริ่มไม่พอใจต้องการเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ที่ใหญ่กว่า ซุนเว่ยลังเลและพยายามเกลี้ยกล่อมแต่กลับถูกพวกนางเกลี้ยกล่อมแทน มีทหารมากมายขนาดนี้คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาหรอก
หมิงเวยทำตามในสิ่งที่พวกนางต้องก