้ม “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเรียนไม่เก่งตั้งแต่เล็ก หากให้มาแข่งแต่งกลอนคงถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะเป็นแน่”
เผยกุ้ยเฟยตำหนิเขาเล็กน้อยแล้วถามว่า “วันนี้หลานขี่ม้าอะไร หมาล่าเนื้อล่ะ เตรียมพร้อมหรือยัง”
“เป็นม้าว่างอวิ๋นจุยที่ท่านย่ามอบให้ก่อนหน้านี้พ่ะย่ะค่ะ” หยางชูตอบตามตรง “ม้าพันลี้เช่นนี้หากไม่ปล่อยให้มันออกวิ่งบ้างก็คงเสียเปล่า”
เผยกุ้ยเฟยพยักหน้า ม้าว่างอวิ๋นจุยก็ยังดี แต่ม้าสิงโตหยกตัวนั้น…
หยางชูมองตามสายตาของนางก็เข้าใจได้ทันทีจึงตอบเสียงเบา “เหนียงเหนียง กระหม่อมแค่ให้นางยืมก็เท่านั้น…”
“หลานให้คนอื่นยืมม้าตั้งแต่เมื่อไร” เผยกุ้ยเฟยพูดเสียงเรียบเฉย “น้าบอกหลานแล้วว่าแม้นางมีสัญญาหมั้นหมาย ไม่มีปัญหาหากถอนหมั้น น้าให้โอกาสนางแล้วแต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไรหลานก็รู้ ในเมื่อนางไม่ต้องการหลานก็ควรตัดใจแล้วหาสตรีนางอื่นแทน อย่าคิดเรื่องอื่นเลย” หยางชูมีสีหน้าลำบากใจ
เผยกุ้ยเฟยรู้สึกโกรธเล็กน้อย “หลานไม่ฟังที่น้าพูดเลยใช่หรือไม่”
หยางชูถอนหายใจแล้วพูดว่า “แน่นอนว่ากระหม่อมฟังคำพูดของท่าน แต่คำพูดของมัน กระหม่อมไม่ฟังไม่ได้!” พูดแล้วเขาก็ชี้ไปที่หน้าอกของตนเอง
เผยกุ้ยเฟยตกใจและยิ้มอย่างขมขื่น “หลานช่วยทำให้น้าสบายใจขึ้นหน่อยไม่ได้หรือ”
“ท่านน้าไม่ต้องกังวล” หยางชูใช้โอกาสนี้พูดว่า “ตอนนี้นางอ่อนข้อให้แล้ว ท่านให้เวลาข้าสักหน่อยเถิด”
เผยกุ้ยเฟยมีสีหน้าสับสน “อ่อนข้องั้นหรือ”
“ขอรับ! ไม่เช่