หลังจากตะโกนด่าเหวินหรูเสร็จ เหวินอิ๋งจ้องพวกเขาสองพี่น้องด้วยสายตาขุ่นเคืองแล้วเดินจากไป
หมิงเวยกับจี้หลิงมองหน้ากันทั้งคู่ดูอธิบายไม่ถูก
จี้หลิงถาม “น้องหญิง นางเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่สถานศึกษาหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “คุณหนูสามจากจวนเฉิงเอินโหวเจ้าค่ะ”
“อ้อ…” จี้หลิงรู้แจ้งทันที
เห็นสีหน้าของเขาหมิงเวยก็รู้สึกแปลกใจ “พี่ใหญ่ เหมือนท่านไปรู้อะไรมา”
จี้หลิงยิ้ม “เจ้าหน้าที่ในกั๋วจื่อเจียนมีมากมายพอรู้ข่าวมาบ้างเล็กน้อย”
เขาชะงักแล้วพูดว่า “ตระกูลเหวินต้องการที่จะแต่งงานกับราชวงศ์ต่อไป แต่น่าเสียดายที่ไท่จื่อไม่มีความคิดเช่นนั้นนางคงเอาความโกรธมาลงที่น้อง”
หมิงเวยพยักหน้าแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่เพิ่งต่อว่านางไปเช่นนั้น เกรงว่านางคงเก็บความแค้นนี้ไว้ในใจเป็นแน่”
จี้หลิงไม่สนใจ “นางเป็นคุณหนูเฉิงเอินโหวแล้วจะทำอะไรกับพวกเราก็ได้งั้นหรือ ข้าเป็นผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกในระดับมณฑล เป็นนักเรียนของกั๋วจื่อเจียน ไม่ว่าตระกูลเฉิงเอินโหวจะมีอำนาจมากแค่ไหนก็ไม่สามารถยื่นมือเข้ามาในแวดวงบัณฑิตได้หรอก”
หมิงเวยยิ้ม ก็จริงจี้หลิงแม้ไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่เขาก็ได้รับการชื่นชมอย่างสูงจากอาจารย์เก่งๆ หลายท่าน ไม่แน่ว่าปีหน้าอาจประสบความสำเร็จในการสอบจึงไม่จำเป็นต้องกลัวพระญาติฝั่งฮองเฮา
จี้หลิงพูดอีกว่า “ตระกูลเหวินต้องการให้นางได้เป็นไท่จื่อเฟย ครั้งนี้เกรงว่าจะมีปัญหามากมายตามมา น้องหญิงเลี่ยงนางไว