้นะอย่าให้นางพาติดร่างแหไปด้วย”
หมิงเวยรับคำในใจคิดว่าพี่ใหญ่มีเส้นสายมากมายถึงได้เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างดี นางควรขอคำแนะนำจากเขาดีหรือไม่ “พี่ใหญ่ ตามความเห็นของท่านครั้งนี้มีข้อบังคับอะไรหรือ”
“น้องอยากถามว่าผู้ใดจะสมหวังใช่หรือไม่”
หมิงเวยยิ้ม “น้องเกรงว่าจะเป็นการทำร้ายไท่จื่อเฟยในอนาคต”
จี้หลิงยิ้มแล้วตอบไปว่า “วางใจเถอะ คุณหนูสามตระกูลเหวินไม่มีทางเป็นไท่จื่อเฟยได้หรอก”
“เหตุใดถึงคิดเช่นนั้นเจ้าคะ”
“พูดถึงไท่จื่อ ตระกูลเหวินเป็นตระกูลของมารดา ไม่ว่าจะสนิทหรือไม่ก็ต้องยืนอยู่ข้างเขา แต่อำนาจของตระกูลเหวินไม่มากจนเขาต้องแต่งงานเพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียว สำหรับขุนนางและฝ่าบาทแล้วเกรงว่าหากตระกูลฝั่งมารดาและภรรยาเป็นตระกูลเดียวกัน อนาคตจะควบคุมได้ยาก”
หมิงเวยครุ่นคิด “พี่ใหญ่คิดว่าผู้ใดเป็นไปได้มากสุดเจ้าคะ”
จี้หลิงมองไปรอบๆ และพูดเสียงกระซิบ “พี่คิดว่าฝ่าบาทจะเลือกคุณหนูจากตระกูลเผย”
หมิงเวยตกใจ
จี้หลิงพูด “ตระกูลเผยเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงและเป็นประโยชน์ต่อไท่จื่อ ยิ่งกว่านั้นแทบไม่มีทางเป็นไปได้ที่เผยกุ้ยเฟยจะได้เป็นฮองเฮาหากเลือกคุณหนูจากตระกูลเผย ก็เป็นการเลี่ยง…” เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เผยกุ้ยเฟยถูกรังแกในอนาคต
“แต่ไท่จื่อไม่น่าชอบตระกูลเผยเขาพอใจกับตระกูลหลู่มากที่สุด” จี้หลิงยิ้มอย่างไม่มีความนัยอื่น “แต่เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าตระกูลหลู่คิดอะไรอยู่จึงทำได้เพียงรอดูผลเ