ป็นพิเศษเป็นม้ามีมูลค่าที่น่าทึ่งและมีม้าลักษณะนี้เพียงตัวเดียวในเมืองหลวงทั้งหมด
ม้าล้ำค่าตัวนี้มีความหมายต่างกันมันไม่ให้คนอื่นขี่และคนอื่นก็ขี่มันไม่ได้
หมิงเวยใช้กลอุบายเล็กน้อยให้มันสงบชั่วคราว ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม อาหว่านอยากเห็นเรื่องตลก แต่นางไม่อนุญาตให้เห็น
เมื่อฟ้าสว่างกลิ่นอาหารก็อบอวลไปทั่วทั้งค่าย นายท่านจี้และจี้หลิงก็ตื่นแล้วเช่นกัน
“อรุณสวัสดิ์! น้องหญิง”
“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะพี่ใหญ่”
จี้หลิงมองม้าตัวนั้นเขายกมือลูบคางแต่ไม่พูดอะไรแล้วเดินไปหยิบอาหาร
หลังทานอาหารเช้า แต่ละตระกูลก็หยิบคันธนูและลูกศรขึ้นมาขัด ให้อาหารม้า ผู้ที่สามารถออกล่าสัตว์ได้ให้เตรียมตัวไปยังสนามส่วนผู้ใดที่ไม่สามารถล่าสัตว์ได้ก็ให้ไปอยู่ข้างกายฮ่องเต้
หมิงเวยเห็นว่ามีหญิงสาวจำนวนมากออกมาจากค่าย
บางคนสวมชุดขี่ม้าดูมีกลิ่นอายของพละกำลังและความกล้าหาญ บางคนยังสวมชุดกระโปรงขับให้รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม
ทุกคนมารวมตัวกันที่กระโจมของฮ่องเต้เพื่อรอเสด็จ ไม่นานนักฮ่องเต้ก็เสด็จออกมาวันนี้พระองค์สวมชุดเกราะอ่อนซึ่งเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ
ทุกคนทอดมองด้วยความชื่นชม
ฮ่องเต้แย้มสรวลและลุกขึ้นตรัสว่า “แคว้นต้าฉีของเราให้ความสำคัญกับด้านการทหาร เมื่อครั้งที่ฮ่องเต้ไท่จู่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแคว้นฉู่ใต้หรือพวกหูเหริน ล้วนหวาดผวาเมื่อได้ยิน เจิ้นไม่เก่งกาจในด้านขี่ม้ายิงธนู แต่เพราะมีพวกท่านเหล่าขุนนางแล