ูดีมีระดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างพระญาติกับตระกูลขุนนางที่มีอำนาจมาหลายชั่วอายุคนยังต้องพูดอีกหรือว่าผู้ใดอยู่เหนือกว่า
เหวินอิ๋งทำได้เพียงแค่บ่น นางเป็นเพียงแค่พระญาติ แต่เนื่องจากช่องว่างขนาดใหญ่กับหลู่ชาน ไม่ว่านางจะอิจฉาแค่ไหนก็ทำได้เพียงกลืนมันเข้าไป
แล้วหมิงเวยล่ะ นางมีอะไรกัน
ขุนนางต้องโทษสมรู้ร่วมคิด บิดาถูกตัดศีรษะ ลุงถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกเนรเทศ ครอบครัวแตกแยกกระจัดกระจาย ชื่อเสียงของหนานเซียงโหวไม่อาจฟื้นคืนมาได้อีกแล้ว
หากไม่ใช่เพราะพระเมตตาของฝ่าบาท นางอาจกลายเป็นสตรีในหอคณิกาสักที่ก็เป็นได้ แล้วนางมีสิทธิ์อะไรใช้ชีวิตอย่างคุณหนูจากตระกูลผู้ดีกัน ครั้งก่อนนางได้ยินพี่ใหญ่พูดว่าไท่จื่อถามเขาเกี่ยวกับคุณหนูเจ็ดไม่ใช่เพราะว่านางเกิดมามีหน้าตาเช่นนั้นหรอกหรือ
เห็นได้ชัดว่านางหมั้นหมายแล้ว แต่ยังพัวพันอยู่กับคุณชายสามตระกูลหยางที่แท้ก็เป็นนางจิ้งจอก!
ได้ยินหมิงเวยถามเมื่อครู่นี้นางก็โพล่งคำนี้ออกไปทันที
ปฏิกิริยาแรกของหมิงเวยไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความประหลาดใจ
นางชี้ตนเอง “นางจิ้งจอก ข้างั้นหรือ”
“อย่ามาแสร้งทำเป็นไม่รู้!” เหวินอิ๋งตะคอก “เจ้าคิดว่าไม่มีผู้ใดรู้หรือว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่ เมื่อครู่นี้เจ้ากับคุณชายสามตระกูลหยางไปไหนกันมา เห็นได้ชัดว่าเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายแต่ยังพัวพันกับชายอื่น คุณชายดวงกินภรรยาคนนั้นเจ้ายังกล้าเกี่ยวข้องด้วย…ช่างทำตัวสำมะเลเทเมาจริงๆ!”
หมิ