ไม่พอใจจึงด่าไปว่า “ท่านมันตาเฒ่าหัวแข็ง ไม่ถือเอาคำพูดของภรรยามาคิดจริงจังหรอก!”
นายท่านจี้พูดอย่างรู้สึกผิด “ก่อนหน้านี้ไปไม่ได้ เจ้าก็ด่า ตอนนี้ไปได้แล้วจะด่าอีกทำไม ท่านมีเหตุผลหรือไม่”
จี้ฮูหยินที่เหนื่อยสะสมมาหลายวันถือโอกาสนี้ปลดปล่อย “ที่ไปได้เป็นเพราะความดีความชอบของท่านงั้นหรือ บางทีอาจเป็นขุนนางชั้นสูงทนมองไม่ได้เลยช่วยเหลือท่านเกี่ยวอะไรกับท่านกันล่ะ”
นายท่านจี้เถียงไม่ออกเขาได้แต่ปิดปากเงียบ
หมิงเวยเลิกเรียนกลับมาเลยได้เห็นฉากนี้ ท่านลุงท่านป้าทะเลาะกันในห้องโถงหลัก หากพูดให้ถูกก็คือท่านป้ากำลังด่าท่านลุง พี่ใหญ่กำลังเล่นกับจูเอ๋อร์อยู่ที่ลานบ้านแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน พี่สะใภ้อยู่ในครัวกำลังยุ่งกับการทำอาหารเย็น
นางได้ยินไม่กี่คำก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วกลับห้องไป
ท่านแม่บอกว่าท่านป้าเป็นคนอารมณ์ร้ายปากจัดนิดหน่อย ก่อนหน้านี้นางไม่รู้สึกอย่างนั้น ที่แท้เป็นเพราะนางยังไม่เกิดโทสะ…
แต่ไม่ว่าอย่างไรครอบครัวตระกูลจี้ก็เตรียมตัวเดินทางไปร่วมงานเทศกาลชิวเลี่ย คนที่มีตำแหน่งไม่สำคัญเช่นนายท่านจี้กับคนที่มีตำแหน่งไม่สูง จำนวนคนที่สามารถพาไปด้วยได้นั้นมีไม่มาก
จี้เสียวอู่ไม่อยู่ นายท่านจี้จึงเลือกพาจี้หลิงและหมิงเวยพร้อมสาวใช้และผู้ติดตามอีกสามคนไปเท่านั้น ตระกูลจี้มีคนแค่นี้จึงไม่ต้องแย่งที่ว่างกัน
เมื่อถึงเทศกาลชิวเลี่ยก่อนขึ้นรถม้าหมิงเวยถูกจี้ฮูหยินย้ำเตือนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า