“เหตุผลของเทศกาลชิวเลี่ยในครั้งนี้ป้าได้ยินมาบ้างแล้ว หลานอย่าไปคลุกคลีกับคนพวกนั้นล่ะ ตำแหน่งพระชายาฟังดูดี แต่ความเสี่ยงนั้นยากที่จะเอ่ยถึง ไม่รู้ว่าคุณหนูชั้นสูงพวกนั้นจะวางอุบายอย่างไรเพื่อชิงตำแหน่งพระชายา พวกเราอย่าไปยุ่งเลย…”
หมิงเวยตอบรับอย่างจริงจัง “เจ้าค่ะ หลานจะเชื่อฟังท่านป้า”
จี้ฮูหยินมองใบหน้าของนางแล้วถอนหายใจ “กลัวก็กลัว รูปลักษณ์ของหลาน ถึงจะมีสัญญาหมั้นหมายแล้วจึงไม่ต้องสู้รบกับพวกนาง แต่พวกนางก็มองหลานเป็นศัตรูอยู่ดี หลานพยายามหลีกเลี่ยงอย่าไปในที่ที่มีคนน้อย และอย่าแยกจากตัวฝูล่ะ”
จากนั้นนางก็ตักเตือนในเรื่องอาหาร เสื้อผ้า ที่พักและอื่นๆ ซึ่งหมิงเวยก็ตอบรับทุกอย่าง
ธงโบกสะบัด เสียงม้าร้อง ขบวนคนที่ร่วมงานเทศกาลเดินทางออกจากประตูเมืองอย่างยิ่งใหญ่มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ล่าสัตว์ในเขตชานเมืองตะวันตก
เทศกาลชิวเลี่ยในรอบสิบปีครั้งนี้ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ ไม่เพียงแต่ครอบครัวเหล่าผู้บัญชาการทหารเท่านั้นที่ได้เข้าร่วม แต่ขุนนางฝ่ายพลเรือนเองก็ร่วมเดินทางด้วยความภาคภูมิใจเช่นกัน
ในเรื่องล่าสัตว์พวกเขาอาจเทียบไม่ได้กับขุนนางทหาร แต่ในเวลานี้จะให้พวกเขาเอาแต่แต่งกลอนอย่างเดียวได้อย่างไร พูดอีกอย่างก็คือการขี่ม้ายิงธนูเป็นทักษะของบุรุษ ไม่ใช่ว่าทุกคนเป็นบัณฑิตอ่อนแอเมื่อขึ้นหลังม้าก็สามารถยิงธนูได้ ลงจากม้าก็สามารถเขียนกวีได้นี่สิถึงเรียกว่าบุรุษผู้สง่างาม
แต่บุรุษผู้สง่างามอย่า