งจี้หลิงกำลังคุยเล่นกับน้องสาวของตนอยู่ในตอนนี้
เขานั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าและคุยกับหมิงเวยผ่านม่าน “คุณหนูชั้นสูงพวกนั้นไปร่วมเทศกาลล่าสัตว์หรือไปเดินเล่นกันแน่ สัมภาระมากมายเพียงนั้นแม้แต่ห้องน้ำก็นำมาด้วยลงจากรถม้ามากางม่านล้อมรอบก็ทำเป็นเรือนได้แล้ว!”
ตัวฝูที่อยู่ในรถพูดขึ้น “คุณชายใหญ่เจ้าคะ โถส้วมพวกเราก็นำมานะเจ้าคะ มันสะดวกมาก!”
“….”
หมิงเวยพูด “พี่ใหญ่จะบอกว่าเทศกาลชิวเลี่ยนำสัมภาระมามากมายขนาดนั้นดูไม่เข้าท่าเท่าไรหรือเจ้าคะ”
“ใช่…”
ถูกตัวฝูพูดขัดเช่นนั้นจี้หลิงก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่ออีกเขารู้สึกเบื่ออยู่พักหนึ่งก่อนจะถามว่า “น้องหญิงไม่อยากเป็นพระชายาหรือ”
หมิงเวยรู้สึกประหลาดใจ “เหตุใดพี่ใหญ่พูดเช่นนี้ น้องไม่ได้มีสัญญาหมั้นหมายอยู่หรือ การคัดเลือกพระชายาไม่เกี่ยวอะไรกับน้องเลยนะเจ้าคะ”
จี้หลิงรู้สึกคลุมเครืออยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ได้ยินว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงจะใช้โอกาสนี้หาสะใภ้ให้คุณชายหยางเช่นกัน…”
“ใช่เจ้าค่ะ!” นางไม่พูดอะไรต่อ จี้หลิงเลยอดถามกลับไม่ได้ “น้องจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “จะให้น้องพูดอะไรหรือเจ้าคะ”
นางเป็นเช่นนี้จี้หลิงจึงไปต่อไม่ถูก “น้องไม่ได้อยากออกเรือนกับเสียวอู่จริงๆ ใช่หรือไม่”
หากเป็นคนอื่นหมิงเวยคงตอบแบบขอไปที ตั้งแต่จี้หลิงมารับนางที่ตงหนิง เขาช่วยเหลือนางอย่างจริงใจและดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี
นางคิดแล้วตอบว่า “น้องเห็นพี่ห้าเป็นเด็กเจ้าอ