ี่สุดหมิงเวยก็เข้าใจ “พวกเจ้าจะบอกว่าจะใช้เทศกาลชิวเลี่ยในครั้งนี้คัดเลือกพระชายามันไม่แปลกไปหน่อยหรือ…”
ผู้ที่ถูกเลือกจะได้เป็นพระชายาขององค์ชายเหตุใดถึงใช้เทศกาลชิวเลี่ยด้วย หรือว่าพระชายาจะต้องยิงหน้าไม้ ฝึกม้าดุให้เชื่องได้งั้นหรือ
ฟางจิ่นผิงผลักเว่ยเสี่ยวอันออกไป “ข้าพูดเอง! เรื่องเป็นเช่นนี้จะถึงวันพระราชสมภพของฮุ่ยเฟยแล้ว ฝ่าบาทจึงมีพระประสงค์จะใช้โอกาสนี้เชิญคุณหนูผู้อยู่ในการคัดเลือกพระชายาเข้าวังเพื่อทำการคัดเลือกอย่างละเอียด แต่เมื่อถามไปฮุ่ยเฟยกลับตรัสว่านางอยู่แต่ในที่ประทับ ไม่เคยออกจากเมืองหลวงเลย ปีนี้ต้องจัดเทศกาลชิวเลี่ยด้วยนางจึงอยากออกไปชมยังตรัสอีกว่าจัดงานวันเกิดมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป ปีนี้ใช้เงินในการจัดงานเทศกาลไปไม่น้อยจะเสียเงินเพิ่มไปทำไมอีกจึงเสนอให้รวมสองงานเข้าด้วยกัน…”
“เจ้ารู้ดีจัง”
ฟางจิ่นผิงรู้สึกภูมิใจ “แน่นอน เรื่องข่าวข้ารู้ดีอยู่แล้ว!”
หมิงเวยอดหัวเราะไม่ได้ ครอบครัวของนางมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวชนชั้นสูงหลายคนแน่นอนว่าจะรู้ข่าวเป็นอย่างดี
“ข้าคิดว่าความคิดของฮุ่ยเฟยดีมากเลย ผู้ใดบอกว่าล่าสัตว์เป็นเรื่องของบุรุษ พวกเราก็ทำได้!” เว่ยเสี่ยวอันตบอกตนเอง “อย่างพวกเราขี่ม้ายิงธนูทุกวัน ห่างจากคนไร้ความสามารถเยอะ”
หมิงเวยเห็นด้วยอย่างยิ่ง นักเรียนหญิงของสถานศึกษาหมิงเฉิงมีทักษะขี่ม้ายิงธนู แม้ว่าทักษะจะแย่เพียงใดก็ยังขี่ม้าเดินเล่นได้
“พูดเช่น