นี้ปีนี้มีคนไปเยอะหรือไม่”
“จริงสิ! ขุนนางระดับห้าขึ้นไปสามารถเข้าร่วมได้ ลุงของเจ้าเป็นขุนนางระดับสี่ ใช่หรือไม่” หมิงเวยพยักหน้า
ฟางจิ่นผิงยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปได้ทุกคน!”
แต่หมิงเวยไม่ได้มองในแง่ดีถึงเพียงนั้น “ขุนนางระดับห้าขึ้นไปใช่ว่าจะสามารถออกจากเมืองหลวงได้ทุกคน เทศกาลชิวเลี่ยใช้เวลาอย่างน้อยสองสามวัน หากไปทุกคนแล้วผู้ใดจะดูแลบ้านเมืองเล่า จะต้องมีการจัดเวรทำงานเป็นแน่”
ท่านลุงของนางเป็นคนซื่อสัตย์แน่นอนว่าต้องอยู่ทำงานอย่างแน่นอน…
สิ่งที่นางคิดไว้ก็ถูกเสียด้วยเมื่อนางเลิกเรียน และเดินทางกลับจวนก็ได้ยินนายท่านจี้และจี้หลิงโต้เถียงกันเรื่องนี้อยู่
จี้หลิงมีสีหน้าโกรธเคือง “ท่านพ่อจะซื่อตรงอะไรถึงเพียงนั้น คนอื่นให้ท่านสลับเวรท่านก็สลับเวรงั้นหรือ เห็นได้ชัดว่าท่านมีโอกาสเข้าเฝ้าฝ่าบาท แต่พวกเขาอิจฉาริษยาไม่ยอมให้ท่านไป”
นายท่านจี้รู้สึกหมดหนทาง “จี้จิ่ว[2]พูดออกมาด้วยตนเองพ่อจะทำอย่างไรได้ อีกอย่างพ่อเองไม่สามารถออกแรงอะไรได้อยู่แล้วต่อให้ไปได้แล้วจะทำอะไรได้เล่า”
พูดจบเขาก็ถูกภรรยาตำหนิจี้ฮูหยินเท้าสะเอวแล้วพูดว่า “ท่านไม่สามารถแต่บุตรชายท่านสามารถ! คนออกโรงไม่ใช่ท่าน ศาสตร์ทั้งหก[3]ของบุตรชายท่านมีด้านไหนมิชำนาญบ้าง ทักษะขี่ม้ายิงธนูไม่ต้องกล่าวถึงท่านสามารถไปได้ก็พาเขาไปได้ด้วย ให้ไปสร้างชื่อต่อหน้าพระพักตร์ไม่ดีกว่าหรือ ปีหน้าเขาต้องสอบรับราชการให้เขาได้สร้างความป