หนิงซิวรู้สึกสบายใจ เด็กสองคนนี้บางครั้งเขาไม่ได้ไม่ชอบขนาดนั้น รู้ดีว่าควรไว้หน้าเขาบ้าง ทั้งสามคนมองดูตราประทับบนกระดาษอย่างตั้งใจ
หมิงเวยมองไม่เห็นความแตกต่างนางจึงรู้สึกว่ามันเป็นตราประทับธรรมดา
แต่หยางชูกลับคิดอีกอย่าง “แปลกจริง ตราประทับรูปสัตว์เช่นนี้ควรเป็นของที่คนในราชวงศ์ใช้กัน หรือเขาจะเป็นสมาชิกในราชวงศ์”
“ราชวงศ์งั้นหรือ”
“ใช่ รูปแบบนี้ผู้อื่นไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้” หยางชูมองอย่างละเอียด “ดูจากขนาดที่ไม่เป็นไปตามระเบียบไม่ใช่ตราประทับขององค์ชายหรือฮ่องเต้ แต่เป็นตราประทับส่วนตัว”
“ตราประทับส่วนตัวของสมาชิกในราชวงศ์” หนิงซิวยิ่งแปลกใจ “ถ้าเป็นสมาชิกในราชวงศ์มาพบองค์หญิงเหตุใดต้องปกปิดตัวตนด้วยเล่า”
หมิงเวยมองพวกเขา “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าพวกท่านสังเกตเห็นหรือไม่ วงศ์ตระกูลของไท่จู่มีสมาชิกน้อยมาก ไร้พี่น้อง หลังก่อตั้งแคว้นสมาชิกในราชวงศ์ก็น้อยเกินไป เป็นเรื่องยากที่จะหาเครือญาติห่างๆ ที่ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ชั่วอายุคนแล้ว คนพวกนี้กับองค์หญิงมีการติดต่อกันหรือไม่” เมื่อนางกล่าวเตือนหยางชูกับหนิงซิวก็นึกขึ้นได้
ใช่ ที่ตอนแรกจำคนเหล่านี้ได้เพราะสมาชิกในราชวงศ์มีน้อยมากซึ่งไม่เพียงพอจึงต้องไปตามหาเพื่อนำมาเติมเต็ม องค์หญิงใหญ่ที่ต่อสู้อย่างหนักในสนามรบจะมีมิตรภาพกับพวกเขาแบบไหนกันไม่มีอะไรมากไปกว่าสายสัมพันธ์ตามมารยาททั่วไป
สำหรับองค์หญิงใหญ่แล้วเครือญาติใกล้ชิดที่แท้จริ