หมิงเวยเดินตามนางในออกจากห้องโถงแล้วก็เห็นนายท่านจี้ยืนรออยู่ เมื่อเห็นนางเดินออกมาเขาก็ดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด “เหนียงเหนียงตรัสว่าอย่างไรบ้างหรือ”
หมิงเวยตอบ “เหนียงเหนียงตรัสว่าอยากเป็นแม่สื่อให้หลานเจ้าค่ะ”
“อะไรนะ” นายท่านจี้ตกใจมาก “จะเป็นไปได้อย่างไร หลานหมั้นหมายแล้วนะ!”
หมิงเวยยิ้มแล้วพูดต่อว่า “หลานปฏิเสธไปแล้วเจ้าค่ะ”
นายท่านจี้ประหลาดใจ “เหนียงเหนียงไม่กริ้วใช่หรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านลุงวางใจได้ กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงใจดีมากพอทราบว่าหลานหมั้นหมายแล้วจึงไม่ตรัสอะไรต่ออีก”
นายท่านจี้ลูบอก “งั้นก็ดีแล้ว ตอนนี้เจ้าอยู่ในช่วงไว้ทุกข์รอให้ช่วงไว้ทุกข์ผ่านพ้นไปค่อยให้หลานออกเรือนกับเสียวอู่”
“เจ้าค่ะ”
“พวกเรากลับกันเถอะ พวกท่านป้าคงกำลังเป็นห่วงอยู่”
“เจ้าค่ะ”
…………
เมื่อตำแหน่งเจ้าสำนักแห่งเสวียนตูกวันถูกตัดสินเรียบร้อยแล้วจึงได้เวลากลับวังหลวง เผยกุ้ยเฟยนั่งอยู่ในศาลานางในรอบกายยุ่งอยู่กับการเก็บของ นางก้มลงมองหอดูดาวที่ตนวาดไว้แล้วถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็นึกถึงคำพูดเมื่อครู่นี้
เมื่อนางบอกว่าจะเป็นแม่สื่อให้หมิงเวยฮ่องเต้ก็ถามว่า “อ้อ สนมรักคิดจะเป็นแม่สื่อให้ผู้ใดงั้นหรือ”
เผยกุ้ยเฟยกำลังจะตอบ แต่หมิงเวยกลับพูดเสียงเบาขึ้นมาว่า “หม่อมฉันเกรงว่าจะรับความปรารถนาของเหนียงเหนียงไม่ได้เพคะ เมื่อครั้งที่หม่อมฉันยังเด็ก ท่านแม่ได้ให้หม่อมฉันหมั้นหมายไว้แล้ว”
“….” เผยกุ้ยเฟยพูดว่า “งั้