เช้าตรู่ของวันที่สองหลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยก็มีพระราชโองการจากฮ่องเต้ จากมติของเหล่าผู้อาวุโสเห็นว่าเสวียนเฟยมีทักษะเป็นที่หนึ่ง สมควรได้รับตำแหน่งเจ้าสำนัก
เรื่องราวได้สิ้นสุดลงแล้วจวินโม่หลีพาเสวียนเฟยไปขอบพระทัยฝ่าบาทด้วยท่าทางมีความสุข หนึ่งในชนชั้นสูงที่คุ้นเคยกับว่านต้าเป่าดึงเขาเข้ามาถามว่า
“พระราชโองการมีเท่านี้หรือ ฝ่าบาททรงมีกระแสรับสั่งอื่นอีกหรือไม่”
ว่านต้าเป่าตบหัวราวกับเพิ่งนึกได้ว่า “จริงด้วย แม่นางหมิงผู้นั้นสามารถผ่านด่านทั้งห้าในรอบเดียว ฝ่าบาทต้องการประทานรางวัลให้เพียงแต่ไม่สะดวกที่จะเขียนลงพระราชโองการจึงให้ข้าเป็นคนนำสารไปบอก แม่นางหมิง โปรดตามข้าน้อยไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทด้วยขอรับ”
เอ๋ เรื่องนี้หรือ แสดงว่าเรื่องดาวมารสิ้นสุดลงแล้วหรือ ดีแล้วๆ
นายท่านจี้นำหมิงเวยออกไป “กงกง ข้าจะไปกับหลานสาวด้วยขอรับ”
ว่านต้าเป่าพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เชิญใต้เท้ามากับพวกเราด้วยขอรับ”
เมื่อเห็นนายท่านจี้นำหลานสาวไปเข้าเฝ้าฝ่าบาททำให้หลายคนมองด้วยความอิจฉา
จี้ชูเป็นคนเช่นไร ถึงเขาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นซือเยว่ แต่ก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่โดดเด่นอะไร เดิมทีงานนี้เขาไม่สามารถเข้ามาในเขตเสวียนดูกวันได้แต่กลับได้ที่นั่งแล้วยังโชคดีได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฮ่องเต้อีก
โอ้ ทำไมตนถึงไม่มีหลานสาวที่ดีเช่นนี้บ้างนะ หลายคนมองแผ่นหลังของหมิงเวยด้วยความอิจฉา
เหวินอิ๋งแทบจะฉีกผ้าเช็ดหน้าใ