เวลาผ่านไปทีละนิด หนิงซิวมองแววตาของหมิงเวยที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นเป็นความเงียบขรึม
“ทำไมหรือ”
หมิงเวยกุมหน้าผากแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “ย่ำจนรองเท้าเหล็กสึกไม่พบพาน ยามได้มากลับไม่เสียเวลาเลย[1] ข้ายังคิดเลยว่ามันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่แท้จุดเปลี่ยนกลับอยู่ข้างกายนี่เอง”
หนิงซิวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฟังที่เจ้ากล่าวมาดวงชะตาปาจื้อของเขาไม่ถึงกับแย่ใช่หรือไม่”
ไม่คิดเลยว่าหมิงเวยจะตอบกลับว่า “แย่มากเจ้าค่ะ” หมิงเวยชี้ผังชะตาชีวิตบนโต๊ะ “สถานภาพชีวิตหน้าที่การงานไม่มั่นคง อยู่โดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต สิ่งที่อาจารย์ของท่านทำนายมาไม่ผิด เขามีดวงสังหารครอบครัวถูกลิขิตให้อยู่คนเดียวเพียงลำพังเจ้าค่ะ”
ผลลัพธ์นี้หนิงซิวก็คำนวณออกมาได้เช่นกันเขาพูดว่า “เจ้าลองจัดผังใหม่ ข้าลองทำดูแล้วแต่ชะตาอันสูงส่งของเขา…”
หมิงเวยส่ายหน้า “ไม่จำเป็นต้องจัดผังดูใหม่ชะตาอันสูงส่งของเขาซ่อนอยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ” หมิงเวยหยิบพู่กันขึ้นมาเปลี่ยนจุดสองจุด
หนิงซิวตกใจ “เหตุใดถึงมีชะตากรรมเช่นนี้ได้! ที่แท้ก็มีสองผลลัพธ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง!”
“ไม่เพียงแค่นั้นนะเจ้าคะ” หมิงเวยเปลี่ยนจุดอีกเล็กน้อย และชะตากรรมนี้ก็กลายเป็นชะตากรรมที่อันตรายอย่างยิ่งซึ่งเป็นจุดจบที่หนิงซิวพูดไว้
หนิงซิวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“อันที่จริงรูปแบบชะตากรรมเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งเดียว” หมิงเวยพูด “เขาควรประสบภัยจนถึงแก่ความตาย แต่ใช้วิ