ิดบังได้ ดังนั้นหมิงเวยจึงดึงเขาเข้ามากลายเป็นพันธมิตรเสียเลย หนิงซิวรู้ว่าคำพูดต่อมาเขาไม่ควรฟัง เพราะถ้าหากฟังแล้วจะไม่สามารถถอนตัวออกมาได้
แต่เขาไม่ฟังได้งั้นหรือ เมื่อหลายปีก่อนท่านอาจารย์ได้กำชับว่า…ในฐานะศิษย์พี่เขาไม่ฟังไม่ได้
“จากนั้นล่ะ”
หมิงเวยยิ้ม นางวางกระดาษที่มีอักขระแปดตัวไว้หน้าเชิงเทียน มองดูเปลวไฟค่อยๆ เผากระดาษ
“ในเมื่อท่านมาดูแลเขาจึงมีผลลัพธ์อยู่สองทาง หนึ่งคือพาเขาไปให้พ้นจากเรื่องถูกผิดเหล่านี้ไปบวชเลยได้ยิ่งดี สรุปก็คืออย่าเข้ามาลุยเรื่องนี้อีกตลอดชีวิต ซึ่งช่วยให้ชีวิตเขาปลอดภัยได้ สอง…”
เมื่อเปลวไฟลุกลามหมดจนเหลือเพียงฝุ่นสีดำที่ตกลงมาบนโต๊ะ หมิงเวยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ช่วยให้เขากลายเป็นชะตาอันสูงส่งก็จะสามารถทำลายชะตากรรมอันโดดเดี่ยวนี้ได้”
หนิงซิวปากสั่นเขาพูดเสียงกระซิบ “ข้ารับปากท่านอาจารย์ไว้ว่าจะให้เขามีชีวิตที่ดี” ชะตาอันสูงส่งอะไรกัน เขาไม่ได้เดินทางไกลมายังหยุนจิงเพื่อก่อกบฏหรอกนะ!
หมิงเวยยักไหล่ “เขายังมีชีวิตที่ดีอยู่มีเพียงผลลัพธ์สองอย่างนี้ อาจารย์ต้องเลือกเพียงหนึ่งเจ้าค่ะ”
คิ้วของหนิงซิวขมวดแน่นนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหงุดหงิด เขาจะเลือกได้อย่างไร หมิงเวยยิ้ม นางดูสงบมาก แต่ในความเป็นจริงนางกำลังเผชิญกับพายุที่รุนแรงที่สุดในหัวใจรู้สึกไม่สงบไม่ต่างจากหนิงซิว
ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าเหตุใดชาติก่อนถึงไม่เคยได้ยินชื่อของหยางชูเลย
เขาปรากฏ