หลายปีแล้วเหตุใดฝ่าบาทถึงยังคิดเรื่องนี้อยู่เล่าเพคะ”
ฮ่องเต้พูดต่อว่า “ทุกครั้งที่เจิ้นคิดถึงเรื่องนี้เจิ้นรู้สึกเหลือเชื่อ เดิมทีเจิ้นคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่เราสองคนจะมาบรรจบกัน ตอนที่เราพบกันเหมือนเป็นของขวัญจากสวรรค์ผลลัพธ์คือเจิ้นได้เป็นคนที่อยู่เคียงข้างเจ้า บางครั้งที่เจิ้นนึกถึงเรื่องนี้เจิ้นก็รู้สึกผิดราวกับว่าโศกนาฏกรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นเพื่อให้พวกเราสมหวัง”
เผยกุ้ยเฟยได้ฟังดังนั้นแววตาของนางก็อ่อนแสงลงและมีความเศร้าโศกอย่างไม่สามารถบอกได้
เสียงของฮ่องเต้เบาลง “อาหรง หลายปีมานี้เจิ้นอยากถามเจ้าอยู่เสมอ”
“ฝ่าบาทอยากถามอะไรหรือเพคะ”
ฮ่องเต้มองไปที่นางก่อนเอ่ย “เจ้า รักเจิ้นหรือไม่”
เผยกุ้ยเฟยสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวออกไปด้วยความจริงใจว่า “หม่อมฉันไม่ทราบว่ามันเรียกว่าความรักหรือไม่จึงทำได้เพียงถามใจตนเอง สิบปีมานี้ที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับฝ่าบาท…หม่อมฉันไม่เสียใจเลยเพคะ”
ฮ่องเต้ยิ้มแล้วดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน “เจิ้นก็ไม่เสียใจเช่นกัน”
…………
ค่ำคืนผ่านไปครึ่งทางฮ่องเต้ลุกขึ้นจากเตียง พระองค์หันศีรษะมองเข้าไปหลังม่าน เผยกุ้ยเฟยนอนหลับสนิทผมยาวสลวยพาดอยู่บนหมอนดูสงบเป็นพิเศษ
พระองค์รัดสายคาดเอวแล้วเดินออกจากห้องบรรทมอย่างเงียบๆ พระจันทร์เสี้ยวจากด้านนอกส่องแสงบางเบาและอ่อนโยน
“ฝ่าบาท” ว่านต้าเป่าร้องเสียงเบาด้วยความประหลาดใจ
ฮ่องเต้โบกมือ “เจิ้นจะนั่งตรงนี้สักพัก เจ้าไม่ต้องสนใจ”
“…พ