่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเห็นว่าวันนี้ฮ่องเต้อารมณ์ดูไม่ปกติ ว่านต้าเป่าจึงไม่กล้ารบกวน เขาจึงยืนห่างออกไปไม่ใกล้ไม่ไกล ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์เสี้ยวพลางคิดถึงเรื่องราวในวัยเยาว์
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้นั่งในตำแหน่งอำนาจสูงสุด พระองค์มีพี่ชายสามคน ซึ่งทุกคนได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขมากับเสด็จพ่อตนจะเอาอะไรไปแข่งกับพวกเขาได้ล่ะ
เขาในวัยเด็กเป็นแค่เสียนอ๋องที่วิ่งเล่นไปวันๆ แต่แล้วก็มีวันหนึ่งที่พี่ชายทั้งสามได้จากไป จากนั้นเขาก็ถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่งรัชทายาทและในไม่ช้าก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์
มนุษย์น่ะ เมื่อไม่มีความคาดหวังก็จะไม่คิดอะไร แต่พอเขาได้นั่งบนบัลลังก์ ก็ทนไม่ได้กับความสูญเสียโดยไม่รู้ตัว อย่างน้อยที่สุดหากเขาไม่ได้นั่งบนตำแหน่งนี้เขาจะได้นางมาไว้ในครอบครองได้อย่างไร
และหากเป็นเพราะเหตุผลนี้สำหรับเด็กคนนั้น…นางควรโทษตัวเองใช่หรือไม่ ช่างเถอะๆ พวกเขาเป็นเช่นนี้ก็ดีอยู่แล้วเหตุใดจะต้องไปทำลายด้วย
นอกจากนี้สิ่งที่เสวียนเฟยกล่าวมานั้นก็ถูกต้องจะเกียรติยศหรือความอับอายของเขาล้วนอยู่ในมือของฮ่องเต้มีอะไรให้ต้องสนใจกัน อำนาจใหญ่ที่เขามีจะไปหวั่นไหวกับคำทำนายเล็กๆ เช่นนั้นได้อย่างไร
ตรงกันข้ามอวี้หยางทั้งที่รู้ว่าไม่สามารถระบุที่มาอะไรได้กลับจงใจวิ่งมาบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นดาวมาร เขาไม่รู้หรือว่าหากพูดอะไรผิดไปจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น อะไรที่ทำให้เขากล้าถึงเพียงนี้กัน
ฮ่องเต้หรี่ตาเขาพูดเสียงก