เอง และดวงชะตาปาจื้อของเขาในตอนนี้ ท่านอาจารย์ก็เป็นคนเขียนขึ้นมาด้วยตนเองเช่นกัน”
หมิงเวยพึมพำ “….อย่างนี้นี่เอง”
“ข้าเคยถามท่านอาจารย์ว่าทำไมต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์และดวงชะตาปาจื้อของเขาด้วย”
“ทำไมงั้นหรือเจ้าคะ”
หนิงซิวส่ายหน้า “ท่านอาจารย์ไม่ตอบอะไร ท่านพูดแค่ว่าในเมื่อเขาทำไปแล้ว ผลลัพธ์นี้ก็จะพัวพันต่อไปไม่สิ้นสุด หากมีอะไรผิดพลาดในอนาคตหากท่านอาจารย์ไม่อยู่แล้วข้าต้องเป็นคนจัดการต่อ”
เขาชะงักไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อว่า “ไม่ถึงสองเดือนพวกเราก็เดินทางออกจากหยุนจิง จนกระทั่งแปดปีต่อมาท่านอาจารย์ได้ออกเดินทางและอาศัยอยู่ที่นั่นประมาณครึ่งปี เมื่อท่านอาจารย์กลับมาข้าก็มีศิษย์น้องในนามอยู่หนึ่งคน ท่านอาจารย์พูดถึงศิษย์น้องคนนี้น้อยมาก แต่ทุกครั้งที่องค์หญิงใหญ่เขียนจดหมายมา ท่านจะถือผังดวงชะตาปาจื้อมาจัดเรียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
หนิงซิวจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่ท่านอาจารย์เมาและนำดวงชะตาปาจื้อนั้นมาพึมพำกับตนเอง พูดว่าน่าเสียดายที่วิชาลับของอาจารย์หายไป ดวงชะตาปาจื้อนี้เขาจึงไม่สามารถเข้าใจได้
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าหมิงเวย การบอกว่าท่านอาจารย์ของตนทำนายไม่ได้ จะไม่เป็นการหักหน้าศักดิ์ศรีของท่านอาจารย์ไปหน่อยหรือ
“ดวงชะตาปาจื้อนั้น ท่านจำได้หรือไม่”
หนิงซิวพยักหน้า “ข้าจำได้ ข้าพูดอย่างไม่ปิดบังเลยว่าข้าจัดเรียงดวงชะตานี้มาหลายครั้งแล้ว แต่น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาของข้ายังห่างไ