งหนึ่งที่ข้ายังคิดไม่ออก เหตุใดฮ่องเต้ถึงสงสัยในตัวท่านได้ง่ายดายเพียงนี้ ข้าไม่คิดว่าท่านจะคู่ควรที่จะให้พระองค์ให้ความสำคัญถึงเพียงนั้น ลองนึกภาพดูสิทันทีที่พระองค์ทราบว่าข้าราชบริพารผู้หนึ่งอาจเป็นดาวมารกลับชาติมาเกิด และข้าราชบริพารคนนั้นสามารถควบคุมได้ง่ายพระองค์จะทำเช่นนั้นทำไมกัน”
แต่คนที่ตอบเป็นหนิงซิว “คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ จะดีเสียกว่า”
หมิงเวยพยักหน้าเห็นด้วย “หรือหากดำเนินการมากกว่านี้พระองค์อาจไม่โปรดปรานท่านอีกต่อไป หรือค่อยๆ ริดรอนอำนาจของท่าน แต่พระองค์กลับไม่พูดถึงแล้วยังแอบส่งดวงชะตาปาจื้ออย่างลับๆ เพื่อให้ผู้อาวุโสอี้คำนวณดวงชะตาให้ ซึ่งเป็นการระมัดระวังตัวที่มากเกินไปเหมือนว่าพระองค์กลัวอะไรบางอย่าง”
สีหน้าของหนิงซิวเปลี่ยนไปเหมือนเขาอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เก็บมันไว้ไม่ได้พูดออกไป
หลังกวาดเศษกระเบื้องออกไปหมิงเวยฉีกผ้าเช็ดหน้าแล้วพันบาดแผลให้อีกฝ่าย “สัญชาตญาณของข้าบอกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำเจ้าค่ะ”
น่าเสียดายที่เงื่อนงำอะไรนั่น อย่าว่าแต่นางเลยแม้แต่หยางชูเองก็ไม่รู้เช่นกัน เมื่อทราบว่าท่าทีของฮ่องเต้ที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปเขาก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย
สิ่งที่ท่านย่าพูดไว้ก่อนจากไปส่งผลกระทบต่อเขา แม้ว่าจะมีความขุ่นเคืองในใจ แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะแอบสันนิษฐานว่าฮ่องเต้เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของเขา ฮ่องเต้ดีต่อเขามากจริงๆ แม้แต่กับไท่จื่อยังไม่ดีเท่าน