เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำความคึกคักของเสวียนตูกวันก็หายไป เหล่าประชาชนแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนชนชั้นสูงและราชวงศ์พักอยู่ในเสวียนตูกวัน
หากฮ่องเต้ไม่เสด็จพวกเขาจะไปไหนได้เล่า
ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีคำอธิบายใดๆ เกี่ยวกับดาวมาร ต่อให้ไปได้ก็ไปอย่างไม่สบายใจ!
เรือนพักผ่อนสำหรับคนในตระกูลโป๋วหลิงโหวมีนักพรตน้อยท่านหนึ่งเดินเข้ามา “อาหารเตรียมเสร็จแล้วขอรับเชิญพวกท่านรับประทานได้”
โป๋วหลิงโหวฮูหยินสั่งสาวใช้ “ไปตามคุณชายทั้งสามกับฮูหยินมา เร็วหน่อย อย่าช้าล่ะ”
ไม่นานทุกคนก็มารวมตัวกันครบ
เมื่อเห็นหยางชู หลูฮูหยินซื่อจื่อเหลือบมองแล้วยิ้ม “น้องสามก็อยู่ด้วยหรือ หากยากเสียจริงข้านึกว่าท่านไปรับประทานอาหารกับกุ้ยเฟยเสียอีก!”
หยางชูตอบ “อืม…” แล้วไม่พูดอะไรอีก
หลูฮูหยินเบะปากนางอยากจะพูดอีกแต่ก็ถูกโป๋วหลิงโหวฮูหยินขัดไว้ “พอได้แล้วผู้ใดอยากพูดอะไรอีกก็ออกไปซะ!”
หลูฮูหยินทำได้เพียงกลืนคำพูดลงไป นางคิดในใจว่าตระกูลนี้ช่างไม่มีคนไหนได้ความเสียเลย เมื่อองค์หญิงใหญ่และนายท่านผู้เฒ่าจากไป พวกเขาก็เหมือนลูกนกกระทาที่ไม่กล้าออกจากรัง ไม่มีปากเสียงใดๆ ในราชสำนัก แม้แต่ในครอบครัวก็ปล่อยให้บุตรนอกสมรสไม่รู้ที่มาวางอำนาจบาตรใหญ่ได้
ตอนนี้ผู้คนภายนอกยังมีใครจำชื่อเสียงขององค์หญิงใหญ่กับนายท่านผู้เฒ่าได้บ้าง ตอนนี้บุตรนอกสมรสผู้นั้นมีชื่อเสียงมากที่สุด นางออกไปสังสรรค์ในวันธรรมดาและมักจะได้ยินรับรู้ข่าวคราวของเขาอยู