“อาจารย์อี้ขอรับ” เสวียนเฟยเดินเข้ามาทักทาย
หอดูดาวถูกพรางตาอีกครั้งการจัดค่ายกลเพื่อสังเกตการณ์ดวงดาวถูกจัดเรียบร้อยแล้ว
ผู้อาวุโสอี้ยิ้มแล้วพยักหน้า “เจ้าคอยสังเกตอยู่ด้านข้างก็ดีเหมือนกัน การสังเกตดวงดาวในครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นบ่อยครั้ง วันข้างหน้าหากเจ้าดำเนินการเองจะได้มีประสบการณ์”
หมายความว่าได้เลือกเขาให้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไปแล้ว
เสวียนเฟยรู้สึกโล่งใจ เขายิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “ขอรับ ศิษย์จะสังเกตการณ์เป็นอย่างดี”
เมื่อเขาพูดจบก็มีเสียงแหลมดังขึ้นมาว่า “ฮ่องเต้เสด็จ…”
เหล่าผู้อาวุโสตกใจ ฮ่องเต้เสด็จมาจริงหรือดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะใส่ใจกับดาวมารมากกว่าที่พวกเขาคิดไว้เสียอีก! หัวใจของเสวียนเฟยเหมือนมีพายุปั่นป่วนอยู่ภายใน
เกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ที่ได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ดูมีท่าทีสงบต่อเรื่องดาวมารอยู่เลย เหตุใดถึงเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยตนเองหรือว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นงั้นหรือ
ตอนนี้เขาเชื่อในสิ่งที่หมิงเวยพูดอย่างไม่ต้องสงสัยอีก
เขาคือดาวมารจึงไม่ต้องการให้ฮ่องเต้ติดตามเรื่องนี้มากเกินไปเพื่อที่จะได้ไม่ทำร้ายตนเอง
“ถวายบังคมฝ่าบาท”
เมื่อรถพระที่นั่งลงจอด ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลแล้วยกพระหัตถ์ขึ้น “ไม่ต้องมากพิธี พวกท่านดำเนินการที่ต้องทำเถอะ เจิ้นแค่มาดูเท่านั้น” เสวียนเฟยเห็นอวี้หยางที่เดินตามรถพระที่นั่งมาด้วยก็ยิ่งประหลาดใจ