เมื่อมีผู้อาวุโสหลายสิบท่านออกโรงในเวลาเดียวกันควบคู่กับพลังจากการตั้งค่ายกล ทะเลดวงดาวแห่งโชคชะตาทั้งหมดส่องสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว สายตาหลายสิบคู่กวาดตามองหาดวงดาวทีละดวง
“พบแล้ว!” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งพูดขึ้น ดาวสีแดงเพลิงลอยอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ ส่องแสงหม่นๆ แต่ดูลึกลับ
อวี้หยางพูดถูกมีดาวมารจริงๆ!
ใต้หอดูดาว เสวียนเฟยกอดอกมองเหล่าผู้อาวุโสบบนหอดูดาวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
เมื่อค่ายกลกลับสู่ความเงียบ ท้องฟ้าได้มืดลง เวลาค่ำได้มาถึง คบเพลิงส่องให้หอดูดาวสว่างไสวเหมือนกลางวัน
ผู้อาวุโสอี้รีบลงมารายงาน
“ทูลฝ่าบาทมีดาวมารจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!”
สีหน้าของฮ่องเต้เงียบสงบจนมิอาจหยั่งรู้ได้ “พวกท่านมองเห็นอะไร”
ผู้อาวุโสอี้โน้มตัว “เป็นดั่งที่เสวียนเฟยกล่าวเอาไว้ แม้ดาวมารดวงนี้เป็นสีเข้ม แต่ก็มีแสงสลัวและยังไม่ได้ก่อตัวขึ้น สอดคล้องกับคำพูดของเขาที่ว่าเป็นเรื่องในอนาคตพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ถามต่อว่า “พวกท่านสามารถระบุตัวตนของดาวมารดวงนี้ได้หรือไม่”
“นั่น…”
ฮ่องเต้หรี่ตา “หรือว่าไม่สามารถสรุปได้”
ผู้อาวุโสอี้ตอบ “กระหม่อมมั่นใจว่าดาวมารเป็นบุรุษ อายุไม่มากนักและ…”
“และอะไร”
“อยู่ไม่ไกลจากฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้าช้าๆ “พวกท่านพูดมาเถอะ ในเมื่อดาวมารปรากฏขึ้นมาแล้ว เราจะแก้ไขได้อย่างไร”