อวี้หยางสังเกตจากสีหน้าและคำพูดจึงรู้ว่าตนเองจับจุดถูกแล้วจึงรีบถอยออกมา “กระหม่อมทราบดีว่าทักษะของตนเองยังไม่ล้ำลึกพอ หากฝ่าบาททรงสงสัยก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว ตอนนี้พวกท่านอาจารย์กำลังทำพิธีดูดาวอีกไม่ช้าคงสามารถพยากรณ์ดวงดาวได้ ฝ่าบาททรงรออีกสักหน่อยเพื่อดูว่าผลการพยากรณ์ของท่านอาจารย์สอดคล้องกันกับของกระหม่อมหรือไม่”
ผ่านไปนานฮ่องเต้ถึงเอ่ยออกมาว่า “ผลว่าอย่างไร”
อวี้หยางตอบด้วยความมั่นใจ “ประการแรก ดาวมารเป็นบุรุษ ประการสอง อายุยังน้อย ประการสาม ดาวมารถูกปิดซ่อนตัวอยู่ หากสามประการนี้สอดคล้องกัน ฝ่าบาทสามารถนำดวงชะตาปาจื้อของคนผู้นั้นมาคำนวณอีกครั้งเพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่กระหม่อมกล่าวมาเป็นจริงหรือไม่”
“แล้วถ้าหากไม่ถูกต้องล่ะ”
อวี้หยางเงยหน้าขึ้น “หากฝ่าบาทจะลงโทษกระหม่อมจะไม่คัดค้านพ่ะย่ะค่ะ! ”
หลังจากเงียบไปนานในที่สุดฮ่องเต้ทรงตรัสว่า “ไปได้แล้ว”
เมื่อฟังน้ำเสียงที่สงบของพระองค์ จิตใจของอวี้หยางผ่อนคลายลง เขาโค้งกายตอบกลับไปว่า “พ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากออกจากห้องโถงเขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากแล้วยิ้ม
ในเมื่อตัดสินใจวางแผนใส่ร้ายผู้อื่นไปแล้ว ตนจะไม่เตรียมใจได้อย่างไรล่ะ สิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น
………………
[1]ซูฉิน : มหาอำมาตย์ผู้นำพันธมิตรหกแคว้นต่อต้านแคว้นฉิน
[2]จางอี้ : อุปราชแคว้นฉิน