่พูดไปก่อนหน้านี้ ถ้านางเลือกที่จะปล่อยเขาไปนับว่าต้องแบกรับความเสี่ยงเป็นอย่างมาก แต่จากการทดสอบครั้งนี้พบว่าเมล็ดพันธุ์แห่งอำนาจเมล็ดนั้นดูเหมือนจะไม่ได้เติบโตขึ้นในใจของเขา ระยะเวลาสิบปีต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่ถึงทำให้เสวียนเฟยกลายเป็นคนชั่วร้ายขึ้นมาได้
“เรื่องนี้ค่อยคุยกันในภายหลัง” หมิงเวยตอบ “สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องไม่ให้เหล่าอาจารย์ค้นพบดาวตี้ชิง ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นแน่”
จิตใจของเสวียนเฟยสับสนวุ่นวาย
หมิงเวยพูดเสริมอีกว่า “เรื่องอื่นเราจะไม่พูดถึง หากตอนนี้เกิดภัยพิบัติขึ้น การแต่งตั้งเจ้าสำนักอาจถูกพักไว้ หากท่านไม่วางใจจริงๆ รอให้ได้ตำแหน่งเจ้าสำนัก ได้เป็นราชครูของแผ่นดินแล้วค่อยพูดเรื่องนี้ก็ไม่สาย”
ก็จริงอย่างที่นางว่า…
หากต้องบอกเรื่องดาวตี้ชิงแก่ฮ่องเต้จริงๆ จะต้องพูดคุยแบบเป็นการส่วนตัว มีเรื่องใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้นจำเป็นต้องจัดการให้จบหากไม่พบดาวมารจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นหรือ
เขาครุ่นคิด “สำนักนี้มีค่ายกลหนึ่ง คือการรวบรวมพลังของทุกคนเพื่อเปิดทางเข้าสู่ทะเลแห่งดวงดาว ค่ายกลนี้แต่ละคนจะมีตำแหน่งเป็นของตนเอง ตราบใดที่ตำแหน่งที่สอดคล้องกันถูกทำลายก็จะไม่สามารถมองเห็นดวงดาวแห่งโชคชะตาดวงนั้น”
หมิงเวยปรบมือ “สมกับที่เป็นราชครูของแผ่นดินในอนาคต เป็นความคิดที่ดีเลย เรื่องนี้ต้องรบกวนท่านนักพรตแล้ว การจัดการเรื่องนี้ต้องยุ่งยากแน่ถ้าอย่างนั้น