ย “เจ้าคิดจะทำอะไร พวกเขาสองคนเก่งมาก หากต้องลงมือพวกเราสู้ไม่ได้หรอกนะ”
“วางใจเถอะ” หมิงเวยยิ้ม “ไม่ต้องสู้พวกเราก็ชนะได้”
ทั้งสี่คนมาถึงสถานที่เงียบสงบ หมิงเวยก็ถามจี้เสียวอู่ “พี่ห้า รบกวนท่านช่วยไปเดินรับลมได้หรือไม่”
จี้เสียวอู่เหลือบมองนางเวลามีเรื่องก็เรียกเขา ตอนไม่มีเรื่องก็ไล่เขาออกไป คนผู้นี้ช่างหัวสูงจริง! ใจคิดเช่นนั้นแต่เขาก็เดินออกไปอย่างเชื่อฟัง
หมิงเวยมองจวินโม่หลี “ท่านนักพรต”
จวินโม่หลีแค่นหัวเราะแล้วไม่สนใจนาง หมิงเวยจึงต้องมองเสวียนเฟย
เสวียนเฟยถอนหายใจเงียบๆ แล้วพูดว่า “ศิษย์น้อง ข้าต้องการพูดคุยกับนางตามลำพัง”
เมื่อศิษย์พี่ของตนไม่สนับสนุนตนจวินโม่หลีก็ไม่พอใจ “ศิษย์พี่ เหตุใดท่านต้องเชื่อฟังนางด้วย”
เสวียนเฟยพูดอย่างอดทน “ถูกผู้อื่นพบเห็นเข้าจะดูไม่ดี”
“อะไรไม่ดี”
หมิงเวยยิ้ม “ศิษย์พี่ของท่านจะได้รับตำแหน่งเจ้าสำนัก เป็นราชครูในอนาคต ถูกผู้อื่นพบเห็นระหว่างพูดคุยกันเป็นส่วนตัว ท่านคิดว่าเป็นเรื่องดีงั้นหรือ”
จวินโม่หลีตาค้างจนพูดไม่ออก “นัดพบส่วนตัวอะไร พวกท่านไปนัดพบลับหลังข้าตั้งแต่เมื่อไรกัน”
เสวียนเฟยลูบหน้าผากศิษย์น้องของเขาฉลาดในเรื่องเคล็ดวิชา ทำไมเวลาปกติถึงได้เป็นคนหัวดื้อ คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกหรอกหรือ
“ไม่มีอะไร กลับไปเราค่อยคุยกันตอนนี้ช่วยศิษย์พี่ไปเดินรับลมก่อนได้หรือไม่”
จวินโม่หลีมองเขาแล้วหันไปมองหมิงเวย เขาพูดอย่างไม่เต็มใจว่า “เร็วด้