บอกว่าตัวเองถูก ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ที่สอดคล้องกันเกิดขึ้นไม่มีผู้ใดสามารถหาหลักฐานมาแสดงได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ดี!” เจียงเชิ่งรอคำพูดนี้จากเขาอยู่แล้วหันกลับมา
อวี้หยางใจเต้น เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรต่อไป ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่น่าลำบากใจ แต่เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ อย่างไรก็ตามตำแหน่งเจ้าสำนักของเขาก็ได้หลุดลอยไปแล้ว
“เจ้าเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าเจ้ามีเครือข่ายในสำนักดีมาก ตอนนี้ข้าต้องการให้เจ้าทำเรื่องบางอย่าง ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีอะไรขอเพียงเจ้าทำเพื่อข้า ตำแหน่งเจ้าสำนักข้าจะต่อสู้แทนเจ้าเอง!”
………….
ทางด้านหมิงเวยเมื่อออกจากโถงใหญ่ เมื่อเดินเลี้ยวไปสองเลี้ยวก็ร้องเรียกคนที่เดินอยู่ด้านหน้า “เดี๋ยว!” สองคนนั้นเดินเร็วขึ้น
“ท่านนักพรตเสวียนเฟย!”
ผู้ที่ถูกเรียกชื่อไม่อยากสนใจนาง แต่พอนึกถึงผลที่ตามมาหากมีคนเห็นเข้าจึงกลืนคำพูดของตนเองลงไป
หมิงเวยเดินเข้ามาหาแล้วยิ้ม “ท่านนักพรต ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”
จวินโม่หลีตอบอย่างเย็นชา “พวกเราไม่มีอะไรจะพูดกับท่าน”
หมิงเวยชำเลืองมองแล้วหุบยิ้ม “ข้าเองก็ไม่มีอะไรจะพูดกับท่าน”
“นี่!” คนอะไร! ปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันเกินไปแล้ว! หมิงเวยไม่สนใจแล้วหันไปมองเสวียนเฟย
เสวียนเฟยมองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบเสียงเบา “ตามข้ามา”
“ศิษย์พี่!” จวินโม่หลีไม่อยากจะเชื่อ เสวียนเฟยไม่พูดไม่จาอะไรแล้วเดินนำไปยังช่องทางเดินที่มีตำหนักสองข้างขนาบอยู่
จี้เสียวอู่สะกิดหมิงเว