ง องครักษ์ที่เฝ้านอกประตูเข้าไปรายงาน แล้วอวี้หยางก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน
เขาก้าวเข้าไปในห้องก็พบว่าด้านในมีเพียงสองคน
คนหนึ่งคือไท่จื่อเจียงเชิ่ง อีกคนคือเหวินยวน ส่วนคนรับใช้คนอื่นๆ ถูกไล่ออกไปจนหมด
อวี้หยางคำนับ “คารวะไท่จื่อ”
เจียงเชิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้าสังเกตเห็นดาวมาร เรื่องเป็นอย่างไรกันแน่”
อวี้หยางในตอนนี้ไม่สามารถเก็บงำอะไรได้อีก ไท่จื่อเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเขา เขาจึงรายงานผลการสังเกตการณ์ของตน เสวียนเฟยและหมิงเวยให้อีกฝ่ายฟังอีกรอบ
เจียงเชิ่งครุ่นคิดอยู่นานแล้วถามว่า “เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่าเป็นดาวมารจริงๆ ”
“กระหม่อมแน่ใจพ่ะย่ะค่ะ”
“ดาวมารดวงนี้ส่งผลต่อโชคชะตาของแผ่นดินหรือไม่”
อวี้หยางตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ไม่เพียงแค่นั้น ถึงในตอนนี้ดาวยังดับแสง แต่เมื่อถึงเวลาที่ส่องสว่างเจิดจ้าเมื่อไร ส่งผลให้แผ่นดินต้องล่มสลายแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เจียงเชิ่งเอามือไขว้หลัง เขาเดินไปเดินมาภายในห้องอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
อวี้หยางอดทนรออยู่นานในที่สุดเขาก็เอ่ยปากถาม “ไท่จื่อ…”
เจียงเชิ่งพูดตัดบทเขา “ดาวมารสามารถอ้างถึงบุคคลได้หรือไม่”
อวี้หยางตกใจเขาตั้งสติแล้วตอบกลับไปว่า “หากเป็นท่านอาจารย์อาจจะสามารถระบุตัวตนได้ แต่ทักษะการพยากรณ์ดวงดาวของกระหม่อมยังห่างชั้น…”
“หากเจ้ายืนยันว่าดาวมารเป็นบุคคลหนึ่งจะมีคนคัดค้านเจ้าหรือไม่”
อวี้หยางตอบ “ทักษะการพยากรณ์ดวงดาวเป็นสิ่งที่ต่างคนต่าง