่หัวตนเอง
นายท่านจี้มองจี้เสียวอู่และหมิงเวยที่ถูกพาตัวลงมาจึงพูดอย่างเป็นกังวล “เสียวอู่กับเสี่ยวชียังกลับไม่ได้หรือ นี่เป็นเรื่องของเสวียนตูกวันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย!”
จี้หลิงพูดปลอบบิดา “ในเมื่อเข้าร่วมการแข่งแล้วจะต้องมีผลลัพธ์ตามมา ท่านพ่อบอกว่านี่เป็นเรื่องของเสวียนตูกวัน พวกเขาเพียงแค่เข้ามามีส่วนร่วมด้วยเท่านั้น”
จี้ฮูหยินก็รู้สึกกังวลไม่แพ้กัน “เด็กสองคนนี้ เราไม่ควรปล่อยให้ไปแข่งเลย! ”
มีเพียงสะใภ้ใหญ่ที่รู้สึกสงสัย “ทำไมน้องหญิงถึงรู้เยอะเพียงนี้ ทั้งพยากรณ์ทั้งค่ายกล แล้วดูเหมือนจะเป็นวรยุทธ์ด้วย…” คำพูดของนางทำให้นายท่านจี้และจี้ฮูหยินตระหนักได้เช่นกัน
จริงด้วย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ จี้หลิงเห็นอย่างนั้นก็จนปัญญาเรื่องนี้มีเพียงเขาที่ต้องตามเช็ดก้นให้
“คือเรื่องเป็นเช่นนี้ขอรับ…”
ภายในศาลานักพรตผู้เฒ่าลุกขึ้นยืน “พวกเจ้าตามข้ามา” แล้วเขามองไปทางหยางชูและจี้เสียวอู่ “พวกเจ้าสองคนกลับไปก่อนได้”
หยางชูรีบพูดว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ข้าต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อรอรับคำสั่ง!”
จี้เสียวอู่พูดว่า “น้องหญิงเป็นสตรีขี้อายข้าต้องอยู่เป็นเพื่อนนาง”
นักพรตผู้เฒ่าถอนหายใจ “ช่างเถอะ อยากมาก็มาด้วยกัน!”
ทุกคนจึงเดินทอดยาวไปตามทางเดินบนเขาเพื่อลงจากหอดูดาวเข้าไปยังห้องโถงที่ฮ่องเต้ประทับอยู่
นักพรตผู้เฒ่าเข้ามาถวายบังคม “ถวายบังคมฝ่าบาท”
ฮ่องเต้พยักหน้าเบาๆ แล้วหันหน้าไปหา