กุ้ยเฟย “สนมรักไปพักผ่อนก่อนเถอะ นั่งเสียตั้งนานคงเพลียแล้ว”
เผยกุ้ยเฟยลุกขึ้น “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันขอทูลลา”
ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปหมดแล้วเบื้องหน้าฮ่องเต้จึงเหลือเพียงผู้อาวุโสอี้และนักพรตผู้เฒ่า
“เกิดอะไรขึ้น” ฮ่องเต้ถามด้วยสีหน้าเงียบขรึม
นักพรตผู้เฒ่ารายงานว่า “ฝ่าบาท เรื่องการดูดาวและพยากรณ์โชคชะตาใช้การสุ่มเป็นส่วนมาก ระดับความสามารถมีผลต่อการตัดสินของพวกเขาด้วย เรื่องนี้จึงต้องให้พวกเขามาอธิบายให้ฟังโดยละเอียด”
ฮ่องเต้พูดเสียงเย็น “ถ้าเช่นนั้นก็ให้พวกเขามาอธิบาย!”
“พ่ะย่ะค่ะ”
นักพรตผู้เฒ่าเดินออกไปเรียก หยางชูอยากตามเข้ามาด้วยแต่นักพรตผู้เฒ่ากล่าวอย่างไม่เกรงใจว่า “ฝ่าบาทเรียกแค่ผู้พยากรณ์ดวงดาวเท่านั้น คุณชายรอฟังคำสั่งจากด้านนอกเถิด” หยางชูไม่มีทางเลือกจึงทำได้แต่มองหมิงเวยและอีกสามคนเดินเข้าไป
จี้เสียวอู่กระซิบถามเขา “น้องหญิงจะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
หยางชูเลิกคิ้ว “นางเป็นคนฉลาด ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนหรอก ข้าเพียงแค่กังวล…”
“กังวลอะไรหรือ”
“หากผลลัพธ์ออกมาว่ามีดาวมารถือกำเนิดขึ้นมาจริงๆ ท่านคิดว่าจะเกิดผลอะไรตามมา”
จี้เสียวอู่ตกตะลึง “อาจเกิด…การนองเลือด” หยางชูไม่พูดอะไรต่อเขาถอนหายใจ
เรื่องลึกลับนี้ ฮ่องเต้คือข้อห้ามสูงสุด ไม่ว่าเขาจะมีความเมตตาแค่ไหนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกด้านหนึ่งหมิงเวยเดินตามนักพรตผู้เฒ่าเข้าไปด้านในเพื่อเข้าเฝ้าฝ่าบาท
ฮ่องเต