้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ลุกขึ้นได้” จากนั้นก็รินชาให้ตนเอง
ผู้อาวุโสอี้คาดเดาพระประสงค์ของฮ่องเต้แล้วถามแทนพระองค์ไปว่า “พวกเจ้าพยากรณ์ดวงดาวแล้วเห็นอะไรบ้าง พูดมาทีละคน อวี้หยาง เจ้าก่อนเลย”
“ขอรับ” ตอนนี้อวี้หยางรู้สึกกังวล
เขาตะโกนคำว่า ‘ดาวมาร’ ออกมาแล้วตนก็รู้สึกเสียใจในภายหลัง
อย่างแรก สิ่งที่เขาดูก็คือโชคชะตาของแผ่นดิน ฮ่องเต้ต้องไม่โปรดเรื่องการปรากฏตัวของดาวมารในรัชสมัยของพระองค์อยู่แล้ว นั่นหมายความว่าพระองค์ไร้คุณธรรม อย่างที่สองมีดาวมารปรากฏขึ้นจริงๆ มีบทความมากมายที่เขียนเรื่องนี้ เขาสามารถคิดหาหนทางก่อนแล้วไปปรึกษากับไท่จื่อว่าสามารถใช้ประโยชน์จากดาวมารได้อย่างไร
แต่ตอนนั้นเขาตกใจมากจึงตะโกนออกไปด้วยความตื่นเต้น
อวี้หยางที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วกำลังคิดว่าตอนนี้ควรพูดอะไรออกไปดี เขาตัดสินใจและกล่าวออกไปด้วยความเคารพ “ศิษย์เข้าสู่ทะเลดาวผ่านดาวแห่งโชคชะตา ในตอนแรกทะเลดาวรวมกันเป็นหนึ่งและสงบมาก แต่หลังจากนั้นเกิดเมฆหมอกเข้าปกคลุมช้าๆ ศิษย์พยายามผลักเมฆหมอกออกไป แต่แล้วก็เห็นว่ามีดาวแห่งโชคชะตาสีเพลิงดวงหนึ่งลอยอยู่ทางใต้ ตอนนี้ดาวดวงนั้นยังไม่ส่องแสงสว่าง แต่ด้วยสีที่ค่อนข้างเข้มต้องเป็นดาวมารอย่างไม่ต้องสงสัย ศิษย์ตกใจมากจึงไม่ทันระวังถูกสะท้อนกลับ…”
ผู้อาวุโสอี้พยักหน้าแล้วหันทางไปอีกทาง “เสวียนเฟย เจ้าล่ะ”
เสวียนเฟยตอบ “สิ่งที่ศิษย์เห็นคล้ายกับศิษย์พี่อวี้หยางขอรับ