เสวียนเฟยรู้สึกหนาวเย็นที่แผ่นหลัง จะทำเช่นไรอย่างนั้นหรือ หากอวี้หยางบอกว่าเขาคือดาวมารคงไม่ยากที่จะแก้ปัญหานี้เพราะเขามีจดหมายที่ท่านอาจารย์ทิ้งเอาไว้เป็นสิ่งยืนยันว่าคนที่ท่านอาจารย์โปรดปรานคือเขา
หากเขาเป็นดาวมาร เหตุใดราชครูซูสิงจะมอบตำแหน่งเจ้าสำนักให้เขาล่ะ
แต่หากมีคนสองคนบอกว่าเขาคือดาวมารล่ะ
สามคนกลายเป็นเสือ[1] หากเกี่ยวข้องกับโชคชะตาแผ่นดิน เมื่อฮ่องเต้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยก็จะเกิดความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ แต่เสวียนเฟยไม่คิดยอมรับความพ่ายแพ้
“ข้าเป็นดาวมารหรือไม่ไม่ได้ถูกตัดสินจากปากของท่าน ถึงแม้ท่านสองคนจะบอกว่าข้าคือดาวมาร แต่ฝ่าบาทไม่สามารถตัดสินได้ทันที เมื่อถึงเวลานั้นต้องให้อาจารย์อาในสำนักยืนยันอีกครั้ง” เมื่อได้ยินเช่นนั้นหมิงเวยก็หัวเราะออกมา
“ท่านหัวเราะอะไร” เสวียนเฟยไม่พอใจ
หมิงเวยถามกลับ “ท่านแน่ใจหรือว่าตนเองไม่ใช่ดาวมาร”
เสวียนเฟยตกใจ “ข้าจะเป็นดาวมารได้อย่างไร” เขามีกลอุบายที่จะล้มอวี้หยาง แต่การเป็นเจ้าสำนักหากเขาไม่มีแม้แต่กลอุบายเขาจะนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ได้นานขนาดนี้ได้อย่างไร
หมิงเวยยิ้ม “ท่านเองก็เป็นเสวียนชื่อ เมื่อทักษะการดูดาวที่ถึงแก่นแท้ของท่าน ท่านจะไม่รู้เหตุผลที่โชคชะตาไม่เกี่ยวข้องกับเจตจำนงส่วนตัวเลยหรือ ท่านคิดว่าตนเองไม่มีทางเป็นดาวมารก็จะไม่เป็นดาวมารอย่างแน่นอน อวี้หยางมองเห็นดาวมารจริงๆ แต่ท่านมองไม่เห็น นั่นเป็นเพราะท่านเป็นดาวมารนั