่นเอง แม้เขาจะไม่เก่งกาจเท่าท่าน แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะด้อยกว่าท่านมาก ท่านมั่นใจขนาดนี้เป็นเขาที่ผิดหรือเป็นท่านที่ผิดกันแน่”
“….” เสวียนเฟยคิดการดูดาวเพื่อพยากรณ์โชคชะตาส่วนมากมาจากการสุ่ม เสวียนชื่อทั่วไปอาจมองเห็นข้อมูลสำคัญโดยบังเอิญ การเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ไม่อาจมองเห็นภาพรวมได้ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าอวี้หยางมองผิดจริงๆ หรือไม่
“ที่สำคัญก็คือ” หมิงเวยพูดช้าๆ “แม้ท่านจะไม่ใช่จริงๆ แต่ข้าทำให้ท่านเป็นจริงๆ ได้!”
“ท่าน…”
หมิงเวยไม่สนใจท่าทีโกรธของเขานางพูดเสียงกระซิบ “เอาล่ะ อย่าขุ่นเคืองนักเลย เรามาคุยเรื่องข้อตกลงกันดีกว่าเรื่องนี้ท่านมีแต่ได้ประโยชน์ไม่มีผลเสียเลยสักนิด”
เสวียนเฟยระงับความโกรธ เดิมทีเขาเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะมาก เขาตระหนักได้ว่าโกรธนางไปก็ไม่มีประโยชน์จึงพยายามระงับอารมณ์ไว้
“ท่านต้องการอะไร”
“ท่านอยากเป็นเจ้าสำนักหรือไม่”
“แน่นอน!” หากเขาไม่อยากเป็นเจ้าสำนักเหตุใดต้องรีบกลับมาที่เสวียนตูกวันในเวลานี้แล้วทำไมต้องแข่งกับอวี้หยางต่อหน้าพระพักตร์ด้วยเล่า
ในตอนแรกที่เขาออกจากเสวียนตูกวันเพื่อเดินทาง ท่านอาจารย์บอกกับเขาอย่างชัดเจนว่าตำแหน่งเจ้าสำนักต้องเป็นของเขา แล้วเขาจะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นได้อย่างไรกัน
หมิงเวยยิ้ม “ข้าไม่ก่อเรื่องอะไรหรอก แต่จะทำให้ท่านได้เป็นเจ้าสำนักโดยราบรื่นดีหรือไม่”
เสวียนเฟยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านต้องการอะไร”
“ดอกถานเชิง”
เส