้าตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย นางและท่านอาจารย์ต้องเฝ้าดูดวงดาวเกือบทุกสองสามวันเพื่อหาโอกาสเปลี่ยนแปลงโชคชะตา
แต่เมื่อมายังยุคสมัยนี้นางคิดว่าการดูดาวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนางไม่มีดาวแห่งโชคชะตาเป็นของตนเอง
การที่เสวียนชื่อจะสังเกตดวงดาวจำเป็นต้องหาดาวแห่งโชคชะตาของตนเองเสียก่อน จากนั้นจึงใช้มันเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการสอดแนมทะเลแห่งดวงดาวและสังเกตแนวโน้มทั่วไป
แล้วจะทำอย่างไรดี
มีทางอยู่!
นางไม่มีโชคชะตา แต่สองคนที่อยู่ข้างกายนางมีนี่นา!
พวกเขาเองกำลังสังเกตดวงดาว หากมองผ่านจิตใจของพวกเขาก็เหมือนมองโชคชะตาของตนเองแล้วยังไม่ถูกสะท้อนกลับอีกด้วย
ทำไมน่ะหรือ เนื่องจากการสะท้อนกลับเป็นสิ่งที่ตอบสนองต่อโชคชะตา แต่นางไม่มีแน่นอนว่านางไม่ได้รับผลกระทบนี้
ในตอนแรกนางบุกรุกเข้าไปยังหยวนเสินของอวี้หยาง นางแอบแฝงได้อย่างแนบเนียนจนอวี้หยางไม่สังเกตเห็น
การสังเกตดวงดาวเป็นเรื่องที่ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก อวี้หยางจดจ่อไปกับการเชื่อมต่อระหว่างโชคชะตาแต่ละดวงจนกลายเป็นทะเลดาวจึงไม่ระมัดระวังสิ่งอื่นใด
นอกจากนี้เขายังไม่คาดคิดว่าในเขตเสวียนตูกวันแล้วยังมีอาจารย์นั่งควบคุมอยู่จะมีใครบางคนบุกเข้ามาในหยวนเสินของตนเอง
หมิงเวยมองเห็นทะเลแห่งดวงดาวและดาวมารผ่านสายตาของเขา
อวี้หยางพอมีความสามารถอยู่ดาวมารที่เขาเห็นนั้นน่าจะเป็นเสวียนเฟยในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
เจ้าสำนักเสวียนตูกวันผู้ซึ่งควรจะปกป้องโชคชะตาของแผ