เหรียญทองแดงถูกส่งให้พวกเขาคนละเหรียญ จี้เสียวอู่ดีใจมาก
สองด่านแรกเขาไม่ได้ผ่านมาได้ด้วยความสามารถของตนเอง ด่านที่สามถึงแม้เขาจะพึ่งพาตนเอง แต่สำหรับคนที่สนใจหนังสืออ่านเล่นอย่างเขาแล้วไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ด่านนี้เขามีส่วนร่วมในการใช้พลังของตนเองจริงๆ
ในขณะที่กำลังมีความสุข จู่ๆ นักพรตซีเฉิงก็ถามขึ้นว่า “ท่านอยากไหว้ข้าเป็นอาจารย์หรือไม่”
จี้เสียวอู่กำลังเพลิดเพลินกับความสุขของตนเอง จู่ๆ ข้อศอกเขาก็ถูกกระแทก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าทุกคนมองมาที่ตน เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย
นักพรตซีเฉิงมองเขาแล้วถามอีกครั้งว่า “ท่านอยากไหว้ข้าเป็นอาจารย์หรือไม่”
จี้เสียวอู่ชี้ตนเอง “ข้างั้นหรือ”
นักพรตซีเฉิงพยักหน้า “ใช่”
จี้เสียวอู่ยิ่งรู้สึกสับสน สถานการณ์ในตอนนี้คืออะไรกัน ตอนแรกเขาทำตามที่หนังสือเขียนไว้ คุกเข่าหน้าเสวียนตูกวันเป็นเวลาหลายวันจนเข่าแทบแตกก็ไม่มีใครสนใจเขา เหตุใดจู่ๆ ถึงมีนักพรตจากเสวียนตูกวันท่านหนึ่งต้องการรับเขาเป็นศิษย์
ในโอกาสสำคัญเช่นนี้ตัวแทนที่ทำการทดสอบเพื่อคัดเลือกเจ้าสำนักจะต้องเป็นบุคคลที่มีสถานะสูงในสำนักแห่งนี้ คนเช่นนี้ต้องการรับเขาเป็นศิษย์จริงหรือ
“ทำไม ท่านไม่ต้องการหรือ”
จี้เสียวอู่โพล่งออกมาว่า “ไม่ใช่นะขอรับ”
“หมายความว่าเจ้ายินดีงั้นหรือ”
จี้เสียวอู่สับสน
หมิงเวยพูดว่า “พี่ห้า ท่านนักพรตต้องการรับท่านเป็นศิษย์เป็นเพราะเขายอมรับในตัวท่าน ท่านมีความเห็นอย่างไรก็