กวันไม่ได้ไม่เห็นใจผู้อื่นขนาดนั้นเสียหน่อย
หยางชูมองเขาแล้วมองนักพรตผู้เฒ่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง!
นักพรตผู้เฒ่าจึงถามออกไป “คุณชายคิดจะใช้วรยุทธ์ผ่านบททดสอบนี้หรือ”
หยางชูมองใบหน้าอันเปล่งปลั่งของอีกฝ่ายแล้วยิ้ม “ข้าพยากรณ์ไม่เป็น นับประสาอะไรกับโชคชะตาของแผ่นดิน ในเรื่องใช้กำลังบังคับให้ผ่านด่านข้าเองก็ไม่มั่นใจเช่นกัน ท่านนักพรตอนุญาตให้ข้าเฝ้าดูอยู่ข้างๆ ได้หรือไม่”
นักพรตผู้เฒ่าพยักหน้า “ในเมื่อข้าอนุญาตเขาไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะไล่ท่านออกไป”
หยางชูยิ้มแล้วคารวะอีกฝ่าย “ขอบคุณท่านนักพรต”
นักพรตผู้เฒ่าโบกมือ “หากไม่รู้ไปอยู่ด้านข้างซะแล้วอย่ารบกวนพวกเขา”
“ขอรับ” หยางชูเดินไปด้านข้างอย่างเชื่อฟัง และนั่งลงข้างกายจี้เสียวอู่
ใช้กำลังผ่านด่านไปอะไรกัน ขนาดนักพรตซีเฉิงเขายังไม่สามารถรับมือได้ นับประสาอะไรกับนักพรตผู้เฒ่า พูดตามตรงหากให้เวลาเขาสักสิบปีแปดปีก็อาจจะประมือกับนักพรตผู้เฒ่าได้แต่ตอนนี้…อย่าทำให้ตนเองลำบากเลยดีกว่า
จวินโม่หลีเห็นภาพนั้นก็ยกมุมปาก
คุณชายสามตระกูลหยางปล่อยให้เขาสับสนไปหลายด่านตอนนี้ไปต่อไม่ได้แล้วหรือ ด่านนี้ชัดเจนมากมีเฉพาะผู้ที่เข้าใจเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้ ผู้ที่ไม่เข้าใจอย่าคิดฝันไปเลย! แต่เมื่อคิดถึงคำถามบททดสอบนี้สีหน้าของเขาดูจริงจังมากขึ้น
ทำนายโชคชะตาของแผ่นดินไม่เหมือนทำนายโชคชะตาในด่านแรก โชคชะตาของแผ่นดินถูกแทรกแซงได้ง่าย หากไม่ระวัง