ก็จะหวนกลับมาทำร้ายตนเอง คำถามนี้สามารถตอบได้หรือไม่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจ…
“เริ่มกันเลย” นักพรตผู้เฒ่าพูดจบเขาก็หลับตาลง
อวี้หยางนั่งลงเป็นคนแรกเขานั่งขัดสมาธิและหลับตาลง ศิษย์น้องของเขาก็เช่นกัน
เสวียนเฟยจัดเสื้อผ้าแล้วนั่งลงตามเช่นกัน ก่อนที่จวินโม่หลีจะนั่งลง เขาหันไปมองหมิงเวย
สองคนนั้น หนึ่งคนเป็นแค่มือใหม่ แน่นอนว่าทำนายโชคชะตาแผ่นดินไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นแค่คนนอกยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นการทำลายค่ายกลในด่านที่สองหรือพบวิญญาณชั่วร้ายในด่านที่สี่บ่งบอกได้ว่านางไม่ใช่แค่คนในแวดวงแต่มีความสามารถจริงๆ แต่การแทรกแซงโชคชะตาแผ่นดินนางยังกล้าที่จะทำด้วยหรือ
จวินโม่หลีคิดแล้วก็เห็นว่านางนั่งลงตามด้วย
นางกล้าจริงๆ หรือ
จวินโม่หลีรู้สึกประหลาดใจแล้วเขาก็หัวเราะในใจ
ช่างไม่ดูตนเองจริงๆ ช่างเถอะปล่อยให้นางดูไปละกัน อย่าพยากรณ์แผ่นดินไม่ได้ล่ะ เดี๋ยวจะเจ็บจนกระอักเลือดออกมา…
เขาหลับตาลงปล่อยความคิดฟุ้งซ่านออกไปให้หมด ตั้งสมาธิและรวบรวมพลังของตนเอง
เพราะนั่งนิมิตอยู่ทุกวัน จวินโม่หลีเข้าสู่ขอบเขตอันลึกลับได้อย่างง่ายดาย
สติสัมปชัญญะของเขาอยู่ในความว่างเปล่ามีความมืดมากมายอยู่ตรงหน้า เขามองไม่เห็นแสงสว่าง แต่กลับรู้สึกคล่องตัวมากขึ้น
เบื้องหน้าเขาเป็นท้องฟ้าที่มีดวงดาวประดับมากมายมีดาวดวงหนึ่งปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของเขา หลังจากค้นหาอะไรบางอย่าง เขาก็พบดาวแห่งโชค