แต่อายุเพียงไม่กี่เดือนยังกล้าลงมืออีกหรือ”
“ช่างไร้ความเมตตาจริงๆ!”
“ใช่….”
เมื่อฟังบทสนทนาเหล่านี้เจียงเชิ่งรู้สึกสดชื่นราวกับดื่มน้ำเย็นในเดือนหก เขาคิดในใจว่าไม่ว่าจะรักเขามากแค่ไหน แต่สนับสนุนไม่ได้ก็คือสนับสนุนไม่ได้ ในสายตาผู้อื่นเขาโหดร้ายเช่นนี้ผู้ใดจะไปกล้าทำงานร่วมกับเขากัน
เขามองไปและเห็นว่าฮ่องเต้และเผยกุ้ยเฟยเลิกคิ้วไม่พูดอะไรทำให้เขามีความสุขมากขึ้น
ทางด้านหยางชูและจวินโม่หลีที่กำลังประมือกันเขาพูดไปรับมือไปว่า “ไม่ให้ข้าลงมือพวกท่านก็หาทางแก้สิ! ยืนอยู่เฉยๆ เช่นนี้จะไปแก้ปัญหาอะไรได้”
จวินโม่หลีตะคอกใส่เขาด้วยความโกรธ “เด็กเล็กเพียงนี้ท่านยังกล้าลงมืออีกหรือ ยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีบ้างหรือไม่”
หยางชูหัวเราะเสียงเย็น “ข้าไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่พวกท่านมีผู้คนหลายสิบคนนี้ไม่สามารถมีชีวิตที่ปกติได้เพราะวิญญาณชั่วร้าย พวกท่านสงสารเห็นใจหนึ่งในนั้นคิดจะให้คนอื่นถูกฝังกลบร่วมกับผู้วายชนม์ไปด้วยงั้นหรือ ปากพูดเสียดิบดีมีประโยชน์อะไรพวกท่านไม่คิดลงมือกับคนผู้หนึ่ง แต่กลับทำร้ายคนอีกหลายสิบคน นี่เรียกว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของพวกท่านงั้นหรือ”
จวินโม่หลีโกรธมาก “ท่านเถียงข้างๆ คูๆ! อาจารย์อาซีเฉิงปกป้องพวกเขาเป็นอย่างดี แค่รอให้เวลาผ่านพ้นไปเหตุใดท่านถึงพูดออกมาได้ว่าพวกเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกเล่า”
“แบบนี้เรียกว่ามีชีวิตอยู่งั้นหรือทำตัวราวกับหุ่นเชิดที่