วามจำที่ดีเยี่ยมสามารถสรุปจากเรื่องหนึ่งก็สามารถอนุมานไปถึงเรื่องอื่นๆ ได้ ถือว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับการอ่านด้วยเหตุนี้ทุกคนในตระกูลจี้จึงเข้มงวดกับเขามากเพื่อหวังจะให้เขาดีขึ้น
“ปีที่สี่แห่งรัชศกโฉ่วเต๋อเป็นช่วงเวลาของเหยียนเฉาไท่จง….ผู้บำเพ็ญพรตเกิดในปีที่เจ็ดที่หวงหลง…”
จี้เสียวอู่พึมพำกับตนเองแล้วแววตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ และเขียนคำตอบลงบนกระดาษ เมื่อเขียนชื่อเสร็จก็ส่งให้แก่นักพรตหญิง
นักพรตหญิงรับมาด้วยรอยยิ้มแล้วนำไปวางไว้เฉยๆ
คนอื่นๆ ก็เดินไปข้างหน้าและเขียนคำตอบส่งให้นักพรตหญิงทีละคน
ท้ายที่สุดก็เหลือหยางชูเพียงคนเดียว
ตอนที่คนอื่นกำลังเขียนคำตอบเขาก็ยืนเฉยอยู่อย่างนั้นราวกับว่าเขาไม่สนใจซึ่งตอนนี้เขาก็ไม่คิดที่จะไปเขียนคำตอบแต่อย่างใด
นักพรตหญิงมองมาที่เขา “คุณชาย เหลือท่านแล้ว”
หยางชูตอบไปว่า “ข้าไม่รู้”
นักพรตหญิงเลิกคิ้ว “ท่านจะยอมแพ้หรือ”
หยางชูยิ้ม “สู้แทนไม่ได้หรือ”
นักพรตหญิงรู้สึกประหลาดใจและถามไปอีกคำถามหนึ่ง “คุณชายต้องการใช้กำลังบังคับให้ผ่านด่านไปงั้นหรือ”
“ใช่ ข้าถูกบังคับให้อ่านหนังสือสองสามเล่ม แต่เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับเทพเจ้าข้าเคยได้ยินแต่ไม่เข้าหู ผู้บำเพ็ญพรตท่านนั้นข้าไม่รู้ปีเกิดเวลาตายของเขาเลยด้วยซ้ำจะไปรู้ได้อย่างไรว่าปีที่สี่แห่งรัชศกโฉ่วเต๋อเขาไปอยู่ที่ใด!”
รอยยิ้มของนักพรตหญิงหาย