ไป “ย่อมได้ ในเมื่อคุณชายเลือกทางนี้ ถ้าอย่างนั้นโปรดรอสักครู่”
นางหยิบคำตอบที่เหลืออีกเจ็ดแผ่นออกมาอ่านทีละใบ “เป่ยหมาง”
ใบที่สอง “หยุนจิง”
ใบที่สาม “เป่ยหมาง”
อีกสี่ใบที่เหลือคำตอบล้วนเป็นเป่ยหมาง
นักกวีผู้นั้นหน้าซีดใบที่เขียนว่าหยุนจิงนั้นเป็นคำตอบของเขาเอง
นักพรตหญิงนำกระดาษส่งคืนให้แก่เขา “คุณชายจาง เหตุใดถึงตอบหยุนจิงหรือ”
นักกวีผู้นั้นรับคำตอบของตนเองแล้วตอบเสียงแผ่วเบา “ในรัชสมัยของไท่จู่ในราชวงศ์ก่อน นักกวีนามหยวนฉีเขียนกวีบทหนึ่ง ส่งตราวิญญาณแห่งหยุนจิง กวีบทนี้เขียนในปีที่สิบเจ็ดที่เมืองไคผิงซึ่งห่างจากปีที่สี่ของรัชศกโฉ่วเต๋อห้าปีดังนั้น…”
นักพรตหญิงพยักหน้า “มีเหตุผล ในระยะเวลาห้าปีนี้ผู้บำเพ็ญพรตจะเดินทางจากหลิ่งหนานไปหยุนจิงในเวลาปีสองปีไม่ใช่เรื่องแปลก ช่วงเวลาใกล้เคียงกับปีที่สี่แห่งรัชศกโฉ่วเต๋อ มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะอยู่ที่หยุนจิง”
“แต่คำตอบของข้าผิดใช่หรือไม่”
นักพรตหญิงยิ้มแล้วเก็บกระดาษแผ่นแรก “คุณชายจี้”
จี้เสียวอู่รับคำ “ขอรับ”
“เหตุใดท่านถึงตอบเป่ยหมาง”
จี้เสียวอู่ตอบว่า “ข้อแรก ดั่งที่คุณชายจางกล่าวไว้ ปีที่สิบเจ็ดในรัชศกไคผิงสามารถระบุได้ชัดเจนว่าผู้บำเพ็ญพรตอยู่ที่หลิ่งหนาน และต้องการเดินทางไปหยุนจิง แต่หลังจากนั้นข้าไม่เคยอ่านบันทึกที่เกี่ยวข้อง แต่ในปีที่สามแห่งรัชศกโฉ่วเต๋อเกิดเหตุการณ์วุ่นวายครั้งใหญ่ที่เป่ยหมาง หยุนจิงอยู่ไม่ไกลจากเป่ยหมาง แม้ว่าผ