ู้บำเพ็ญพรตจะออกจากหยุนจิงในตอนนั้น แต่เขาต้องอยู่ที่ตอนเหนือแน่นอน ดูจากบุคลิกของเขาแล้วเขาจะต้องให้ความช่วยเหลือดังนั้นข้าจึงเดาว่าเขาต้องอยู่ที่เป่ยหมางขอรับ”
นางยิ้มแล้วพยักหน้าให้จี้เสียวอู่ “ยินดีด้วยคุณชาย”
ในด่านนี้ คำตอบทั้งเจ็ดคนมีหกคนที่ตอบถูก
คุณชายจางผู้นั้นถอนหายใจและกล่าวอำลาทุกคน “ไม่คาดคิดว่าข้าผ่านมาได้ตั้งสองด่าน แต่มาตกม้าตายในด่านนี้เป็นเพราะข้าศึกษาไม่มากพอ ทักษะจึงสู้ผู้อื่นไม่ได้ ขอให้ทุกท่านไปถึงด่านสุดท้ายได้อย่างราบรื่น ข้าขอตัวลา”
แน่นอนว่าหมิงเวยต้องตอบถูกอยู่แล้ว นอกจากเหตุผลที่นักพรตหญิงกล่าวมา นางยังรู้อีกเล็กน้อยว่าความโกลาหลครั้งใหญ่ในเป่ยหมางเป็นสถานที่สังเวยวิญญาณของปรมาจารย์แห่งชีวิตรุ่นแรก ดังนั้นนางจึงรู้ได้อย่างชัดเจนว่าผู้บำเพ็ญพรตเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ด้วย
นักพรตหญิงยิ้มให้คุณชายหยาง “คุณชาย เหลือท่านแล้ว”
คุณชายยิ้มแล้วมองไปที่ทางเดินบนเขา
อาสวนวิ่งอย่างบ้าคลั่งมาทางนี้ไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงได้ เขายื่นร่มหนังฉลามให้หยางชู “คุณชายขอรับ”
หยางชูรับมันมาโดยไม่พูดอะไรเขาลุกขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งไปที่ประตู
นักพรตหญิงกระโดดขึ้นพร้อมกับสะบัดแส้ขนหางจามรีใส่หยางชู
หยางชูไม่ได้หันหลังกลับ เขาสะบัดแขนจากนั้นร่มหนังฉลามก็กางออกและหมุนตัวออกไป
นักพรตหญิงกระโดดตัวให้ลอยสูงขึ้นอย่างแผ่วเบา เมื่อได้ยินเสียงนั้นหยางชูก็ชักกระบี่ออกมาจากด้ามร่ม
ไอกระบี่ดุจมัง