ในสถานการณ์เช่นนี้คนจากจวนโป๋วหลิงโหวก็ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวด้วย
นางหลูฮูหยินซื่อจื่อเห็นภาพนี้ก็หัวเราะเสียงเย็น นางพูดกับผู้เป็นสามีว่า “ดูน้องสามของท่านสิ ไม่ลืมที่จะทำตัวโดดเด่นทุกเวลา หลังจากวันนี้ไปเกรงว่าทิศทางลมในเมืองหลวงจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง เขามีส่วนคล้ายปู่หรือบิดา แล้วท่านเล่า”
หยางซวนซื่อจื่อแห่งจวนโป๋วหลิงโหวพูดว่า “เจ้าจะไปสนใจอะไรเยอะแยะ ทุกคนในครอบครัวต่างรู้ดีว่าเขาเป็นวรยุทธ์คนอื่นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้”
“รู้แล้วอย่างไร ผู้อื่นจะเห็นอกเห็นใจเราหรือพอสักทีเถอะ! แต่ละคนล้วนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
“พอเถอะ ที่เรือนรองก็เหลือแต่เขาเพียงคนเดียว ใช่ว่าเขาจะแย่งตำแหน่งของข้าไปได้เสียหน่อย…”
ณ ประตูที่สอง พัดของหยางชูได้แตะบนอกของลูกศิษย์คนนั้นแล้ว เขาคนนั้นกระอักเลือดและถอยออกไปหลายก้าว
ฝ่ามือลมหวนทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถสกัดกั้นได้ และในที่สุดเขาก็หลุดออกจากระยะของกระดานหมากรุก หยางชูหยุดกระบวนท่าลงแล้วมองนักพรตหนุ่มผู้เป็นหัวหน้า
“ท่านนักพรต ข้าสามารถไปต่อได้หรือไม่”
สีหน้าของอีกฝ่ายมืดครึ้มเขามองพี่น้องที่ถูกโจมตีออกไปแล้วพยักหน้า “คุณชาย เชิญ”
ในไม่ช้าทุกคนก็ค้นพบว่ากลยุทธ์ของหยางชูนั้นตรงกันข้ามกับกลยุทธ์ของคนก่อนหน้านี้ เขาไม่คิดที่จะหลีกเลี่ยง แต่ยังจงใจไปที่ประตูด้วย!
เมื่อเดินไปได้สองก้าวเขาก็ได้ปะทะกับลูกศิษย์อีกท่านหนึ่งแล้วออกกระบวนท่าโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ อาจเป็นเพร