นที่สองมีคนถูกกำจัดออกไปติดต่อกันและในที่สุดก็มีหนึ่งคนที่ผ่านด่านไปได้
วิธีที่เขาเลือกคือใช้วรยุทธ์บังคับให้ตนเองผ่านด่านไป แต่เพราะเขาโชคดีไม่น้อยเพราะปะทะกันแค่สามครั้งก็ไปถึงเส้นชัยอย่างราบรื่น
คนผู้นี้ได้รับเหรียญทองแดง เขาดูมีความสุขมากจนแทบจะวิ่งรอบหอเหวินเต้าอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็มีบัณฑิตท่านหนึ่งเข้าประลอง
เมื่อมีคนแรกเป็นตัวอย่างเตือนใจ เขาจึงเดินอย่างระมัดระวังมาก จริงๆ แล้วเขาพอมีความเข้าใจในค่ายกลฉีเหมินอยู่ระดับหนึ่ง และในที่สุดเขาก็เดินไปถึงทางออกได้อย่างปลอดภัย
ท้ายที่สุดมีสามคนที่ได้รับเหรียญทองแดง
นอกจากศิษย์จากเสวียนตูกวันทั้งสี่คนก็มีหมิงเวยและจี้เสียวอู่ ส่วนคนอื่นแข่งเสร็จหมดแล้ว
หยางชูยืนขึ้นบิดขี้เกียจ “ข้ามีอารมณ์เล่นแล้ว มาเลย!”
หยางชูเข้าไปยืนที่จุดเริ่มต้นแล้วก้าวเท้าก้าวแรก เขามองตำแหน่งที่เปลี่ยนไปของนักพรตทั้งเจ็ดแล้วก็หัวเราะและเดินเข้าไปหาหนึ่งในนั้น
ในก้าวที่สี่ทั้งสองคนได้ปะทะกัน
หยางชูไม่พูดอะไรเขาพลิกข้อมือและสะบัดพัดออกไป ทั้งสองปะทะกันเช่นนี้
ยี่สิบกระบวนท่าผ่านไปชั่วพริบตาแต่เขาไม่มีความคิดที่จะหยุด แต่ในทางกลับกันกระบวนท่ายิ่งดุร้ายกว่ากระบวนท่าก่อนๆ ราวกับจะทำให้ฝั่งตรงข้ามตาย
ศิษย์ที่ถูกส่งมาเฝ้าประตูนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ แต่ภายใต้สถานการณ์ที่สลัดไม่หลุดนี้ค่อยๆ เริ่มเห็นเค้าลางความพ่ายแพ้
ในบรรดาเหล่าชนชั้นสูงมีบางคนที่รู้สึกประหล